MTC พร้อมรุกการเมืองนิ่ง เน้นพอร์ตคุณภาพโตแกร่ง

#MTC #ทันหุ้น #MTC #ทันหุ้น - MTC ชูไทยปลดล็อก Policy Disruption เห็นเสถียรภาพการเมือง ช่วยเอกชนวางแผนธุรกิจระยะกลาง-ยาวชัดขึ้น เชื่อรัฐบาลเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจต่อ คนละครึ่งเพิ่มกำลังซื้อ และความต้องการสินเชื่อรายย่อย ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อโต 10–15% ไม่ประมาทเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ อานิสงส์ดอกเบี้ยลงหนุนกำไรครึ่งปีหลัง
นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC แสดงทรรศนะภายหลังการเลือกตั้ง ว่า ภูมิทัศน์การเมืองไทยกำลังส่งสัญญาณเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ จากการรวมตัวของพรรคการเมืองหลักในรัฐบาล ที่จะช่วยสร้างเสถียรภาพและความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ ลดความเสี่ยงด้าน Policy Disruption ที่ภาคธุรกิจเคยเผชิญในอดีต
โดยเฉพาะในเชิงโครงสร้าง นายปริทัศน์ชี้ว่า การมีตัวแทนจากภาคเอกชนเข้าไปมีบทบาทในระดับบริหารนโยบายเศรษฐกิจ ถือเป็น “สะพานเชื่อมเชิงระบบ” (Structural Bridge) ระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติจริง ช่วยให้การออกแบบนโยบายคำนึงถึงข้อจำกัดเชิงปฏิบัติของธุรกิจและประชาชน ลดแรงกระแทกจากการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน และเพิ่มโอกาสในการ Implement นโยบายได้เต็มรูปแบบมากกว่าที่ผ่านมา
“หากรัฐบาลมีความได้เปรียบเชิงคะแนนเสียงในลักษณะ “Landslide Effect” เสถียรภาพทางการเมือง ความต่อเนื่องของนโยบาย และการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและตัวแทนภาคเอกชน เป็นปัจจัยสนับสนุนเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวม ส่งผลให้ภาคเอกชนสามารถวางแผนธุรกิจระยะกลาง–ยาวได้ชัดเจนขึ้น”
@มุ่งโตอย่างมีคุณภาพ
สำหรับนโยบายที่คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในระยะสั้น คาดว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก เพื่อสร้างความพึงพอใจและฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน โดยเฉพาะนโยบายลักษณะเดียวกับ “คนละครึ่ง” ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและการหมุนเวียนของเงินในระบบ ส่งผลเชิงบวกต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อย
อย่างไรก็ตาม MTC ยังคงกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ บริษัทยังคงเลือกแนวทางการเติบโตแบบระมัดระวัง (Conservative Growth) ตั้งเป้าการขยายพอร์ตสินเชื่อในปี 2569 นี้ที่ประมาณ 10–15% โดยยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพสินเชื่อตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการใช้เกณฑ์ LTV ประกอบการพิจารณาวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมกับศักยภาพของลูกค้ารายบุคคล โดยบริษัทยังคงเป้ารักษาระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสมไม่เกิน 3% และบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยจ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงทั่วโลกจะยังคงเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมสินเชื่อมีหลักประกัน
“แม้รัฐบาลจะมีเสถียรภาพทางการเมือง และมีความกล้าที่จะดำเนินนโยบายเบ็ดเสร็จ (Comprehensive Policy) แต่ก็ต้องติดตามแรงเสียดทานที่จะเกิดขึ้นระหว่างทาง และอาจสร้างแรงกระเพื่อมต่อโครงสร้างเศรษฐกิจเดิม ภาคเอกชนจึงจำเป็นต้องรักษาความยืดหยุ่น และเตรียมรับมือกับผลข้างเคียงจากการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่รวดเร็ว MTC จะยังคงยึดหลักความรอบคอบและวินัยทางการเงินเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจ ใช้โอกาสจากการฟื้นตัว แต่ไม่ละเลยการบริหารความเสี่ยงในช่วงเปลี่ยนผ่านของนโยบายเศรษฐกิจ”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
