Bitmine สร้างรายได้ 46 ล้านดอลลาร์ จาก Staking บนเครือข่าย Ethereum

#Bitmine #ETH #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Cointelegraph ได้ระบุว่า บริษัท Bitmine Immersion Technologies บันทึกรายได้จำนวน 45.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการทำ Staking (การวางค้ำประกันเหรียญเพื่อตรวจสอบธุรกรรม) และการตรวจสอบความถูกต้อง (Validation) ของเหรียญ Ether ในไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเปิดตัวแพลตฟอร์ม Ethereum Staking ระดับสถาบันในเดือนมีนาคม
รายงานจากเอกสารแสดงผลประกอบการประจำไตรมาส (แบบฟอร์ม 10-Q) ฉบับล่าสุดของ Bitmine ระบุว่า รายได้จากการทำ Staking คิดเป็นสัดส่วนถึง 98% ของรายได้ทั้งหมดในช่วงระยะเวลาสามเดือนซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 31 พฤษภาคม โดยตัวเลขดังกล่าวทิ้งห่างรายได้จำนวน 624,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ได้จากการขุด Bitcoin ด้วยตนเอง (Self-mining Bitcoin) และรายได้จำนวน 168,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากการให้บริการที่ปรึกษาไปอย่างมาก ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทาง Bitmine เปิดเผยว่า บริษัทได้นำเหรียญ ETH ที่ถือครองอยู่จำนวน 85% ไปทำ Staking เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคิดเป็นจำนวนเหรียญ Ether (ETH) ประมาณ 4.9 ล้านเหรียญ
"Bitmine ได้นำเหรียญ ETH ไปทำ Staking เป็นจำนวนที่มากกว่าองค์กรอื่นๆ ในโลก และเมื่อขยายผลไปสู่ระดับเต็มกำลัง (เมื่อเหรียญ ETH ของ Bitmine ถูกนำไปทำ Staking อย่างเต็มรูปแบบโดย MAVAN และบรรดาพันธมิตรผู้ร่วมทำ Staking) ผลตอบแทนจากการทำ Staking เหรียญ ETH ที่คาดการณ์ไว้จะมีมูลค่าสูงถึง 284 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อคิดเป็นเกณฑ์รายปี" Tom Lee ประธานกรรมการของ Bitmine กล่าว
ผลประกอบการรายไตรมาสล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่า การปรับเปลี่ยนทิศทางธุรกิจของ Bitmine มุ่งสู่เครือข่าย Ethereum ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างสัดส่วนรายได้ของบริษัทไปอย่างไร โดยเมื่อปีที่แล้ว Bitmine บันทึกรายได้รวมเพียง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้นสำหรับไตรมาสที่สิ้นสุด ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่ในตอนนั้นมาจากธุรกิจการให้เช่าเครื่องขุด
ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จจากการเปิดตัว MAVAN ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Ethereum Staking ระดับเกรดสถาบัน ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานของผู้ตรวจสอบความถูกต้อง (Validator) สำหรับสินทรัพย์ที่บริษัทถือครองอยู่รวมถึงสำหรับกลุ่มลูกค้าภายนอก
แพลตฟอร์ม MAVAN ซึ่งย่อมาจากคำว่า “Made in America VAlidator Network” ได้รับการจัดตั้งขึ้นภายหลังการเข้าซื้อกิจการของบริษัท Pier Two Holdings ผู้ให้บริการตรวจสอบความถูกต้องแบบกระจายศูนย์ (Non-custodial validator) ซึ่งมีฐานการดำเนินงานอยู่ในประเทศออสเตรเลีย โดยในตอนแรกเริ่มนั้น แพลตฟอร์มนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพย์สินในสกุลเงิน Ethereum ของทาง Bitmine เอง ก่อนที่ต่อมาจะมีการขยายขอบเขตการบริการเพื่อรองรับกลุ่มนักลงทุนสถาบัน ผู้ให้บริการรับฝากทรัพย์สิน (Custodians) และพันธมิตรต่างๆ ในระบบนิเวศคริปโทฯ
Lee ยกย่องเครือข่าย Robinhood Chain ว่าเป็น “ความสำเร็จอันโดดเด่นทำลายสถิติ”
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Lee ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำเร็จของเครือข่าย Robinhood Chain ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน โดยมีปริมาณมูลค่าการซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์ทะลุเกินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม
"ในเวลานี้ Robinhood Chain มีปริมาณการซื้อขายที่มากกว่าแพลตฟอร์มซื้อขายแบบกระจายศูนย์ (DEX) แห่งอื่นๆ ทั้งหมด ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ใช้สอยอันโดดเด่นและความเข้ากันได้ของผลิตภัณฑ์กับความต้องการของตลาดสำหรับเครือข่าย Ethereum ซึ่งเป็นบล็อกเชนพื้นฐานรองรับระบบ" Lee กล่าว
"Robinhood Chain ใช้เหรียญ ETH เป็นโทเคนหลักในการชำระค่าแก๊ส (Gas token) และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่างๆ ก็ถูกกำหนดมูลค่าไว้ในรูปของเหรียญ ETH ขณะที่การประมวลผลขั้นตอนสุดท้าย (Finality) จะถูกชำระสะสางบนเครือข่าย Ethereum กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปจำนวน 27 ล้านรายของ Robinhood กำลังชำระค่าธรรมเนียมคริปโทฯ ในรูปของสกุลเงิน ETH หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้ใช้งานในชีวิตประจำวันกำลังเริ่มมองเห็นว่า ETH คือเงินตรา" Lee กล่าวเสริม
ที่มา https://cointelegraph.com/news/bitmine-generated-46m-from-ethereum-staking-last-quarter
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
