รีเซต

ข้อควรรู้? การออกเสียงประชามติ เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ข้อควรรู้? การออกเสียงประชามติ เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
TNN ช่อง16
8 มกราคม 2569 ( 18:24 )
27

กำหนดวันออกเสียงประชามติ เป็นวันเดียวกับการเลือกตั้ง

ภายหลังจากเว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดวันออกเสียงประชามติ โดยลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป

การออกเสียงประชามติ ประเด็นคำถาม “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

การออกเสียงประชามติ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 วันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป ประเด็นคำถาม “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 เรื่องกำหนดวันออกเสียงประชามติ โดยกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป นั้น

คณะรัฐมนตรีพิจารณาและมีมติรับรองคำถามที่จะสอบถามประชาชน ในประเด็นคำถามที่หนึ่งว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอแจ้งรายละเอียดสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

1. ที่มาและเหตุผลความจำเป็นของการจัดทำประชามติ

การออกเสียงประชามติครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568 ว่า รัฐสภามีอำนาจริเริ่มหรือแสดงความต้องการเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่เสียก่อน และเพื่อให้เป็นไปตามหลักอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ

ของประชาชน การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และหากมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำเป็นต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติ 3 ครั้ง ได้แก่

ครั้งที่ 1 เพื่อให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ 

ครั้งที่ 2 เพื่อให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม

ครั้งที่ 3 เพื่อถามประชาชนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หลังจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว

การออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็น ประชามติครั้งที่ 1

2. คำถามประชามติ

ชื่อเรื่อง การออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ประเด็นคำถามคือ “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถเลือกได้ 3 ช่อง คือ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และ ไม่แสดงความคิดเห็น

3. ความหมายและสาระสำคัญของประเด็นที่ทำประชามติ

การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกระบวนการที่

  • ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
  • ต้องดำเนินไปตามขั้นตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้

ทั้งนี้ การออกเสียงประชามติครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทันที แต่เป็นการสอบถามประชาชนว่า เห็นชอบหรือไม่ให้มี “การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”

4. ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน

การลงคะแนนจะดำเนินการต่อเนื่องในที่เลือกตั้งเดียวกัน โดยสรุปดังนี้

ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ

  • ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง ซึ่งจะมี 2 ชุด คือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
  • บริเวณป้ายหน้าที่เลือกตั้งจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการช่วยตรวจสอบ และแจ้งลำดับที่ให้ทราบ

ขั้นตอนที่ 2 : เตรียมตัวก่อนเข้าคูหา

  • จำลำดับที่ของตนเอง หมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขตและหมายเลขพรรคการเมืองที่จะเลือก
  • เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ถือบัตรที่ยังไม่หมดอายุ หรือแอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaiD DLT QR LICENCE และบัตรคนพิการ

ขั้นตอนที่ 3 : แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

  • ยื่นหลักฐานแสดงตนและบอกลำดับที่ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
  • ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.

ขั้นตอนที่ 4 : รับบัตรเลือกตั้ง สส. และลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง

  • ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภท
  • รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (เลือกคน) และแบบบัญชีรายชื่อ (เลือกพรรค) พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน

ขั้นตอนที่ 5 : เข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง สส.

  • เข้าคูหาลงคะแนนและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายในบัตรทั้ง 2 ใบ
  • โดยบัตรแบบแบ่งเขตเลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คน เท่านั้น ส่วนบัตรแบบบัญชีรายชื่อเลือกพรรคการเมือง ได้เพียงพรรคการเมืองเดียว
  • หากไม่ประสงค์เลือกใคร ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หากไม่ประสงค์เลือกพรรคใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด” พับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับแล้วออกจากคูหา

ขั้นตอนที่ 6 : หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. ลงหีบบัตรเลือกตั้ง

  • นำบัตรเลือกตั้งที่พับแล้วหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้องด้วยตนเอง

ขั้นตอนและกระบวนการออกเสียงประชามติ

ขั้นตอนที่ 7 : แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

  • หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จแล้ว ให้เดินไปยังจุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกัน เพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
  • ยื่นหลักฐานแสดงตน และบอกลำดับที่ตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
  • ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

ขั้นตอนที่ 8 : รับบัตรออกเสียงประชามติและลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ

  • ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ
  • รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน

ขั้นตอนที่ 9 : เข้าคูหาออกเสียงประชามติ

  • เข้าคูหาและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายเพียงช่องเดียว “เห็นชอบ”" หรือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น”
  • พับบัตรออกเสียงประชามติตามรอยพับให้เรียบร้อยแล้วออกจากคูหา

ขั้นตอนที่ 10 : หย่อนบัตรประชามติและออกจากที่เลือกตั้ง

  • นำบัตรออกเสียงประชามติที่พับแล้วหย่อนลงในหีบบัตรออกเสียงประชามติด้วยตนเอง และเดินออกจากที่เลือกตั้ง ตามทางออกที่กำหนด

5. การลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง และ นอกราชอาณาจักร และสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ 

เป็นวันลงคะแนนพร้อมทั้งประเทศไม่มีลงคะแนนออกเสียงล่วงหน้า ผู้ที่ไม่สามารถออกเสียงลงคะแนนที่หน่วยออกเสียงที่มีชื่อตามทะเบียนบ้าน ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิ ในวันที่ 3 – 5 มกราคม 2569  ดังต่อไปนี้

  • ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียง
  • ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกราชอาณาจักร
  • ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ ออกเสียง ณ ที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ

เตรียมตัวให้พร้อม : พกบัตรประชาชนแล้วไปใช้สิทธิ 

เตรียมตัวให้พร้อม : พกบัตรประชาชน ติดตัว แล้วไปใช้สิทธิกัน  ดังนี้

1. สำหรับผู้ที่ลงทะเบียน เลือกตั้ง สส. ล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง  นอกราชอาณาจักร แล้ว

  • ใช้สิทธิวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569  เวลา 08.00–17.00 น. หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อ

2. สำหรับผู้ที่ใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไป  ออกเสียงประชามติในเขต 

  • และลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง/นอกราชอาณาจักร 
  • ใช้สิทธิพร้อมกันวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00–17.00 น.  ณ หน่วยเลือกตั้ง/หน่วยออกเสียงที่ท่านมีชื่อ

หมายเหตุ : 

  • ไม่มีการออกเสียงประชามติล่วงหน้า
  • ที่เลือกตั้งกลางออกเสียงนอกเขตออกเสียง ของ กทม. ใช้สิทธิได้เฉพาะกรณีทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัด (ที่ลงทะเบียนแล้ว) เท่านั้น

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติได้ทางเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริการสายด่วน 1444

ข่าวที่เกี่ยวข้อง