4 พรรคการเมืองงัดนโยบายหาเสียง เอาใจ “ทาสหมา ทาสแมว”

การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 นอกจากประเด็นเศรษฐกิจและสวัสดิการคนแล้ว พรรคการเมืองยังเริ่ม ชูนโยบายเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยงอย่าง “หมา–แมว” เพื่อดึงคะแนนกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งแนวทางสร้างระบบดูแลสัตว์อย่างเป็นระบบและลดภาระค่าใช้จ่ายให้เจ้าของสัตว์เลี้ยง.
พรรคที่เสนอ นโยบายสัตว์เลี้ยง ในการหาเสียง ปี 2569 มีทั้งสิ้น 4 พรรค ได้เเก่
1. พรรคประชาธิปัตย์ – เน้นแนวทาง สวัสดิภาพสัตว์และการดูแลให้เป็นระบบ
พรรคประกาศชุดนโยบายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง (pets policy) ที่เจาะกลุ่มคนรักสัตว์ โดยมีหลายข้อ เช่น การพัฒนากฎหมายควบคุมการค้าสัตว์เลี้ยง, อำนวยความสะดวกเรื่องการขึ้นทะเบียนสัตว์, สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้งศูนย์พักพิงสัตว์ และส่งเสริมโรงพยาบาลสัตว์เพื่อดูแลสัตว์ได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น
นโยบาย
-ลงทะเบียนแบบสมัครใจได้คูปองทำหมัน ฉีดวัคซีน
-เปิดโอกาสให้อาสาสมัครผู้ดูแลสัตว์ไร้บ้าน นำสัตว์มาลงทะเบียนได้
-พัฒนาศูนย์พักพิงสัตว์ทั่วประเทศ ไม่กักขัง ฟื้นฟู รอการหาบ้านใหม่
2. พรรคกรีน (Green Party) – บัตรทองรักษา “หมา–แมว” 39 บาท
พรรคกรีนโดยตัวแทนชูนโยบาย “39 บาทรักษาหมาแมว” เป็นหนึ่งในจุดขายหาเสียง โดยเสนอให้บริการตรวจรักษา ฉีดวัคซีน ทำหมัน และดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงในราคาที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน พร้อมจัดการหมาจรจัดในระบบเพื่อไม่ให้เป็นภาระปัญหาในเมือง
นโยบาย
-39 บาท รักษาหมา-แมว
-บัตรทองเพื่อเพื่อนขา
3. พรรคประชาชน – ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงและสัตว์จรจัดอย่างเป็นระบบ
พรรคนี้ตั้งนโยบายใหญ่ว่า ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงทั้งระบบตั้งแต่ฟาร์มถึงผู้เลี้ยง, ให้สิทธิประโยชน์ (เช่น ลดหย่อนภาษี) แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยง และส่งเสริมงบประมาณให้ท้องถิ่นจัดการสัตว์จรจัดอย่างเป็นระบบและปลอดภัย
นโยบาย
-บัตรประชาชน หมา-แมว
-ฉีดวัคซีน-ทำหมัน ให้ทั้งหมาแมวบ้านและ หมาแมวจรในพื้นที่
-พักพิงหมาแมวจรมีมาตรฐาน / รับเลี้ยงหมาแมวจร
-แถมฟรีทำประกันสุขภาพสัตว์
4.พรรคกล้าธรรม - สนับสนุนให้รัฐและท้องถิ่นช่วยดูแลค่าใช้จ่ายพื้นฐาน
เช่น วัคซีน การทำหมัน และการรักษาเบื้องต้น ผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบประมาณและเครื่องมือจัดการปัญหาสัตว์จรจัดอย่างเป็นระบบ ไม่ผลักภาระให้ เน้นการทำหมัน ควบคุมจำนวนสัตว์ และสร้างความรับผิดชอบของผู้เลี้ยง เพื่อลดปัญหาการทอดทิ้ง
นโยบาย
-ลดภาระผู้เลี้ยงสัตว์ ค่ารักษาพยาบาล วัคซีน และค่าใช้จ่ายพื้นฐาน
-จัดการปัญหาสัตว์จรจัดอย่างเป็นระบบ
-พัฒนาโครงสร้างเมืองให้เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง
ท้ายที่สุด นโยบายเพื่อสัตว์เลี้ยงอย่างหมาและแมว ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นเฉพาะกลุ่มคนรักสัตว์อีกต่อไป แต่กำลังสะท้อนมุมมองของพรรคการเมืองต่อ “คุณภาพชีวิต” ในสังคมโดยรวม การจัดการสัตว์จรจัด สวัสดิภาพสัตว์ และภาระค่าใช้จ่ายของผู้เลี้ยง ล้วนเชื่อมโยงกับความเป็นอยู่ของคนในเมืองและชุมชน เมื่อเสียงของทาสหมา-ทาสแมวมีน้ำหนักมากขึ้นในคูหาเลือกตั้ง นโยบายเหล่านี้จึงกลายเป็นอีกสมรภูมิที่พรรคการเมืองต้องงัดมาแข่งขัน เพื่อชิงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปี 2569
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
