เนปาล-ทิเบตเฝ้าระวัง “ทะเลสาบกั้นขวาง” เสี่ยงน้ำหลากซ้ำ

สถานการณ์ภัยพิบัติบริเวณชายแดนเนปาลและทิเบตยังอยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังเหตุธารน้ำแข็งแตกตัวบนเทือกเขาหิมาลัยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ส่งมวลน้ำ ดิน โคลน และเศษซากไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่าง สร้างความเสียหายต่อชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่ง
แม้เจ้าหน้าที่ของเนปาลและจีนจะเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง แต่ภารกิจกู้ภัยต้องเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เมื่อเศษดิน หิน และซากจากภัยพิบัติไหลลงไปปิดกั้นทางน้ำ จนเกิดเป็น “Barrier Lake” หรือทะเลสาบกั้นขวางขึ้นใหม่ ขณะที่ระดับน้ำภายในทะเลสาบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเริ่มเอ่อล้นแนวกั้น ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจมีน้ำหลากระลอกใหม่ตามมา
กู้ชาย 2 คนออกจากอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ
หนึ่งในภารกิจสำคัญของกองทัพเนปาล คือการช่วยเหลือชาย 2 คนออกจากอุโมงค์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โดยผู้รอดชีวิตมีโคลนปกคลุมร่างกาย และเจ้าหน้าที่ต้องเคลื่อนย้ายผ่านพื้นที่ลาดชันและเต็มไปด้วยโคลน
กองทัพเนปาลระบุว่า ภูมิประเทศที่สูงชัน ประกอบกับพื้นที่บางส่วนยังไม่มีความปลอดภัย ทำให้การค้นหาและช่วยเหลือมีความซับซ้อน โดยเฉพาะบริเวณเขตราซูวา ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวแม่น้ำตรีศูลี และเป็นพื้นที่ตั้งของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่ง
ตามข้อมูลในรายงาน สื่อรัฐบาลเนปาลระบุว่า มีพนักงานประมาณ 60 คนสูญหายจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำแห่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ขณะที่มีรายงานพนักงานอย่างน้อย 9 คน จากบริษัทพลังงานเกาหลีใต้ 2 แห่ง ซึ่งทำงานในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำริมแม่น้ำ สูญหายเช่นกัน
สำหรับตัวเลขความสูญเสีย รายงานอ้างข้อมูลล่าสุดของรอยเตอร์ในช่วงเวลาที่มีการรายงานข่าวว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 547 คน ขณะที่จำนวนผู้สูญหายยังอยู่ในระดับมากกว่า 1,000 คน โดยตัวเลขดังกล่าวยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความคืบหน้าของปฏิบัติการค้นหา
ในกลุ่มผู้สูญหายยังมีชาวต่างชาติจากเกือบ 30 ประเทศ รวมถึงนักเดินทางและผู้แสวงบุญชาวอินเดียจำนวนมากที่เดินทางไปยังภูเขาไกรลาสและทะเลสาบมานัสโรวาร์ในเขตทิเบต
“Barrier Lake” ความเสี่ยงใหม่หลังธารน้ำแข็งแตก
ความท้าทายสำคัญของเจ้าหน้าที่ในขณะนี้อยู่ที่ทะเลสาบกั้นขวาง ซึ่งไม่ได้เป็นทะเลสาบตามธรรมชาติที่มีอยู่เดิม แต่เกิดจากดิน หิน และเศษซากจำนวนมากที่ไหลลงมาปิดกั้นเส้นทางน้ำ ทำให้น้ำสะสมอยู่ด้านหลังแนวกั้น
ปัญหาคือมวลน้ำยังคงไหลเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ก่อนเริ่มเอ่อล้นออกจากแนวกั้น เจ้าหน้าที่จึงกังวลว่า หากแนวดินและเศษซากไม่สามารถรองรับแรงดันของน้ำได้ อาจทำให้เกิดน้ำหลากลงสู่ชุมชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์รอบแรก
ช่วงกลางวัน ทางการเนปาลจึงสั่งระงับปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในหุบเขาแม่น้ำตรีศูลีเป็นการชั่วคราว ขณะที่เจ้าหน้าที่ในเขตนูวาโกตใช้ลำโพงและนกหวีดแจ้งเตือนประชาชนให้ออกจากพื้นที่เสี่ยงและเคลื่อนย้ายขึ้นสู่พื้นที่สูง ชาวบ้านบางส่วนต้องนำสิ่งของจำเป็นและผ้าห่มติดตัวไปด้วย
ปฏิบัติการทางอากาศในบางพื้นที่ถูกระงับชั่วคราวเช่นเดียวกัน เนื่องจากต้องประเมินความปลอดภัยจากน้ำหลากและดินถล่มที่อาจเกิดขึ้นอีก
น้ำสะสมกว่า 2.5 ล้านลูกบาศก์เมตร
ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมระหว่างวันที่ 24 และ 27 สิงหาคม ซึ่งรอยเตอร์นำมาวิเคราะห์ประกอบข้อมูลจากหน่วยงานเนปาลและสื่อทางการจีน แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศบริเวณชายแดน และการสะสมของน้ำจนเกิดทะเลสาบขนาดใหญ่ขึ้นในพื้นที่
ทีมวิศวกรรมของจีนที่ติดตามสถานการณ์ระบุว่า ปริมาตรน้ำในทะเลสาบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนมากกว่า 2.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ทางการจีนเคยประเมินว่าอาจมีน้ำไหลเข้าสู่ทะเลสาบรวมประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ภายในเวลาไม่กี่วัน
ปริมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับน้ำในสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกประมาณ 1,200 สระ ทำให้การติดตามความมั่นคงของแนวกั้นจากดิน หิน และเศษซากเป็นอีกภารกิจสำคัญควบคู่กับการค้นหาผู้ประสบภัย
สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนรายงานว่า ทะเลสาบซึ่งเกิดจากเศษซากปิดกั้นลำน้ำใกล้ด่านจี๋หรง ฝั่งทิเบต เริ่มมีน้ำล้นออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หน่วยกู้ภัยไม่สามารถปฏิบัติงานในบางจุดได้ และจีนต้องระงับการค้นหาในช่วงบ่ายเป็นการชั่วคราว เช่นเดียวกับเนปาล
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น มีรายงานว่ากองทัพเนปาลและฝ่ายจีนสามารถกลับมาดำเนินภารกิจกู้ภัยในพื้นที่ได้รับผลกระทบได้อีกครั้ง หลังจากหยุดปฏิบัติการเพื่อประเมินความเสี่ยง
ฤดูมรสุมเพิ่มความเสี่ยง เฝ้าระวังฝนต่อเนื่อง
อีกปัจจัยที่เจ้าหน้าที่ต้องติดตามคือสภาพอากาศ เนื่องจากช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายนเป็นฤดูมรสุมของเนปาล ซึ่งโดยปกติประเทศจะได้รับปริมาณฝนประมาณ 80% ของปริมาณฝนทั้งปี ในช่วงเวลาดังกล่าว
ตามข้อมูลในรายงาน พื้นที่จี๋หรงบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบตมีแนวโน้มเผชิญฝนต่อเนื่องในช่วง 3 วันข้างหน้า และมีการเฝ้าระวังสถานการณ์ในวันที่ 1 กันยายน เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงต่อน้ำท่วมระลอกใหม่
สภาพอากาศที่แปรปรวน ประกอบกับภูมิประเทศแบบหุบเขาสูงชัน ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อดินถล่ม และอาจทำให้การค้นหาผู้สูญหาย รวมถึงการลำเลียงความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่ทำได้ยากขึ้น
สี จิ้นผิง กำชับติดตามใกล้ชิด ป้องกันภัยพิบัติซ้ำ
ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กำชับเจ้าหน้าที่ให้ติดตามเสถียรภาพของทะเลสาบกั้นขวางและพื้นที่ภูเขาโดยรอบอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเกิดภัยพิบัติซ้ำ โดยระบุถึงข้อจำกัดของพื้นที่ประสบภัยที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง มีภูมิประเทศเป็นหุบเขาสูงชัน สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และมีความเสี่ยงทางธรณีวิทยาหลายรูปแบบ
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ เสนอให้ความช่วยเหลือรัฐบาลเนปาล โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าได้ติดต่อรัฐบาลเนปาลและพร้อมให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็น หลังมีข้อมูลว่าชาวอเมริกันประมาณ 50-60 คนอาจอยู่ในกลุ่มผู้สูญหาย แม้ขณะนั้นยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่ออย่างเป็นทางการ
เจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติบางส่วนที่กำลังเดินทางเข้าสู่พื้นที่ต้องปรับแผนและเดินทางกลับกรุงกาฐมาณฑุ หลังมีรายงานความเสี่ยงจากทะเลสาบกั้นขวาง ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมบางส่วนยังคงทำงานในพื้นที่
เดวิด ฟิชเชอร์ หัวหน้าคณะผู้แทนสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศประจำเนปาล ระบุว่า คาดว่าประชาชนมากกว่า 90,000 คน จะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ ขณะที่รถบรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์บางส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ เนื่องจากสถานการณ์น้ำเอ่อล้น
รัฐบาลเนปาลระบุว่า แม้ได้รับข้อเสนอความช่วยเหลือด้านการค้นหาและกู้ภัยจากหลายประเทศ แต่ในระยะนี้ยังไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยประเมินว่ายังสามารถรับมือกับสถานการณ์เบื้องต้นได้ พร้อมระดมกำลังตำรวจ ทหาร และหน่วยกู้ภัยเข้าสนับสนุนพื้นที่ประสบภัย
สถานการณ์หลังเหตุธารน้ำแข็งแตกตัวจึงยังต้องติดตามทั้งภารกิจค้นหาผู้สูญหาย ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ทะเลสาบกั้นขวาง ความมั่นคงของแนวดินและเศษซาก ตลอดจนฝนจากอิทธิพลฤดูมรสุม ซึ่งเป็นปัจจัยที่หน่วยงานของเนปาลและจีนเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในช่วงหลายวันต่อจากนี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
