เนปาลเร่งค้นหาผู้สูญหาย น้ำท่วมใหญ่เสียชีวิตกว่า 1,400 คน

สถานการณ์ภัยพิบัติในเนปาลยังอยู่ในช่วงเร่งค้นหาผู้สูญหายและฟื้นฟูพื้นที่ หลังเหตุธารน้ำแข็งถล่มบริเวณพรมแดนเนปาลและทิเบตของจีน ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ กระแสน้ำและดินโคลนสร้างความเสียหายต่อหมู่บ้านและโครงสร้างพื้นฐานหลายพื้นที่
ภาพมุมสูงล่าสุดเผยให้เห็นสภาพความเสียหายในชุมชน โดยบริเวณด้านหน้าอาคารหลายแห่งยังถูกปกคลุมด้วยดินโคลนและเศษซาก ขณะที่ประชาชนบางส่วนเริ่มกลับเข้าสู่พื้นที่เพื่อสำรวจบ้านและทรัพย์สิน หลังต้องอพยพออกจากพื้นที่ในช่วงเกิดภัยพิบัติ
ตามข้อมูลในรายงานล่าสุด มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,400 คน ขณะที่มีผู้สูญหายมากกว่า 5,500 คน เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการค้นหา โดยเฉพาะบริเวณอุโมงค์ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำในฝั่งเนปาล ซึ่งทีมกู้ภัยประเมินว่าอาจยังมีคนงานอีกหลายร้อยคนติดค้างอยู่ภายใน
ท่ามกลางการค้นหา ประชาชนที่เคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหายเริ่มทยอยกลับไปสำรวจพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือสามีภรรยาคู่หนึ่งที่เดินทางกลับไปยังจุดซึ่งเคยเป็นบ้านของครอบครัว พร้อมถือกุญแจบ้านเอาไว้ แม้ปัจจุบันจะไม่สามารถกลับเข้าอยู่อาศัยได้แล้ว
ครอบครัวดังกล่าวระบุว่า บ้านหลังนี้เป็นสถานที่ที่ใช้ชีวิตมานานกว่า 30 ปี และพื้นที่หมู่บ้านยังมีความผูกพันกับครอบครัวมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นการกลับมาดูสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำ ก่อนที่จะต้องเดินหน้าจัดการชีวิตหลังภัยพิบัติ
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศเนปาลเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสูงกว่า เพิ่มการสนับสนุนเนปาลในการรับมือและฟื้นฟูความเสียหาย โดยมองว่าภัยพิบัติครั้งนี้มีความรุนแรงมากกว่าสถานการณ์น้ำท่วมตามฤดูกาล
รัฐบาลเนปาลยังประเมินขนาดความเสียหายของเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าอยู่ในระดับที่สามารถเปรียบเทียบกับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2558 (2015) ซึ่งเคยสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อประเทศ
ล่าสุด ทางการเนปาลได้ส่งหนังสือไปยังกองทุนของสหประชาชาติ เพื่อขอรับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับนำมาใช้ในภารกิจช่วยเหลือประชาชนและการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงให้ความสำคัญกับภารกิจค้นหาผู้สูญหาย โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งยังเข้าถึงได้ยาก ก่อนเดินหน้าสู่ขั้นตอนฟื้นฟูชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานในระยะต่อไป
อินโดนีเซียฟื้นเที่ยวบิน หลังอานัก กรากาตัวลดการปะทุ
ส่วนสถานการณ์ในอินโดนีเซีย การเดินทางทางอากาศเริ่มทยอยกลับมาให้บริการอีกครั้ง หลังการปะทุของภูเขาไฟอานัก กรากาตัวลดระดับลงจากช่วงก่อนหน้า
ตามข้อมูลที่ระบุในรายงาน เที่ยวบินเริ่มกลับมาให้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ หลังในช่วงประมาณ 2 วันที่ผ่านมา มีเที่ยวบินเกือบ 3,000 เที่ยว ต้องยกเลิกหรือเลื่อนกำหนดการเดินทาง ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารไม่น้อยกว่า 340,000 คน
ผู้โดยสารบางส่วนต้องพักค้างภายในอาคารผู้โดยสาร ขณะที่บางส่วนต้องดำเนินการขอคืนค่าโดยสารหรือปรับเปลี่ยนไปใช้เส้นทางการเดินทางรูปแบบอื่นแทน
แม้การเดินทางทางอากาศจะเริ่มกลับเข้าสู่ระบบ แต่สมาคมสายการบินแห่งชาติอินโดนีเซียระบุว่า ยังอาจเกิดความล่าช้าสะสม เนื่องจากสายการบินต้องตรวจสอบและทำความสะอาดเครื่องบินที่จอดค้างอยู่ประมาณ 180 ลำ ก่อนนำกลับมาให้บริการเต็มรูปแบบ
ขณะเดียวกัน ช่วงเช้าวันนี้ภูเขาไฟอานัก กรากาตัว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณช่องแคบซุนดาระหว่างเกาะชวากับเกาะสุมาตรา มีการปะทุขึ้นอีกอย่างน้อย 3 ครั้ง แต่ระดับความรุนแรงต่ำกว่าการปะทุในช่วงก่อนหน้า
การปะทุตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีลาวาและเถ้าภูเขาไฟกระจายออกไปเป็นบริเวณกว้าง โดยรายงานระบุว่าผลกระทบขยายไปถึงกรุงจาการ์ตาและพื้นที่ใกล้เคียง
สำนักงานธรณีวิทยาของอินโดนีเซียยังคงประเมินว่ามีโอกาสที่ภูเขาไฟจะปะทุขึ้นอีก จึงกำหนดมาตรการความปลอดภัย ห้ามประชาชนเข้าใกล้หรือทำกิจกรรมภายในรัศมี 3 กิโลเมตรจากปากปล่องภูเขาไฟ
สถานการณ์ทั้งในเนปาลและอินโดนีเซียยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเนปาลอยู่ระหว่างภารกิจค้นหาผู้สูญหายและฟื้นฟูพื้นที่ ขณะที่อินโดนีเซียกำลังทยอยฟื้นระบบการเดินทางทางอากาศ พร้อมคงมาตรการเฝ้าระวังภูเขาไฟต่อเนื่อง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
