รีเซต

คนไทยโชว์ฝีมือพัฒนานวัตกรรม AI ตรวจคัดกรอง วัณโรคแฝง ด้วย SERS-TB ใน 30 นาที

คนไทยโชว์ฝีมือพัฒนานวัตกรรม  AI ตรวจคัดกรอง วัณโรคแฝง ด้วย SERS-TB ใน 30 นาที
TNN ช่อง16
3 มิถุนายน 2569 ( 11:53 )
18

SERS-TB นวัตกรรม AI ฝีมือคนไทย คัดกรองวัณโรคแฝงจากเลือดหยดเดียว รู้ผลเร็วภายใน 30 นาที

แม้วัณโรคจะเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ประเทศไทยยังคงเผชิญความท้าทายจาก "วัณโรคแฝง" หรือ Latent Tuberculosis Infection (LTBI) ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการและไม่สามารถแพร่เชื้อได้ในขณะนั้น แต่มีโอกาสพัฒนาเป็นวัณโรคระยะแสดงอาการในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง

เพื่อตอบโจทย์การคัดกรองเชิงรุกและลดการแพร่ระบาดของโรค ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พัฒนานวัตกรรม "SERS-TB" เทคโนโลยีตรวจคัดกรองวัณโรคแฝงที่ผสานการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการวิเคราะห์ตัวอย่างเลือด

ตรวจจากเลือดหยดเดียว ลดเวลารอผลจากหลายวันเหลือเพียง 30 นาที

จุดเด่นของ SERS-TB คือการใช้ตัวอย่างเลือดปริมาณน้อยเพียงหยดเดียว จากนั้นนำมาตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Surface-Enhanced Raman Spectroscopy (SERS) ร่วมกับเครื่องตรวจวัดสัญญาณรามานแบบพกพา ก่อนส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ AI เพื่อประมวลผลและจำแนกความเสี่ยงของการติดเชื้อวัณโรคแฝง

เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยลดระยะเวลาการรอผลจากการตรวจในห้องปฏิบัติการที่อาจใช้เวลาหลายวัน เหลือเพียงประมาณ 30 นาที ทำให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถคัดกรองกลุ่มเสี่ยงได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


OnSpec ชิปนาโนหัวใจสำคัญของระบบ

เบื้องหลังความแม่นยำของ SERS-TB คือ "OnSpec" ชิปขยายสัญญาณรามานโครงสร้างนาโนจากโลหะเงินที่นักวิจัยไทยพัฒนาขึ้น ช่วยเพิ่มความไวในการตรวจจับสัญญาณชีวโมเลกุลในเลือด แม้จะมีความเข้มข้นต่ำก็ตาม

เมื่อทำงานร่วมกับอัลกอริทึม AI ระบบจะสามารถวิเคราะห์รูปแบบข้อมูลที่ซับซ้อนและช่วยคัดกรองผู้มีความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว ลดภาระการวิเคราะห์ของบุคลากรทางการแพทย์ และเพิ่มโอกาสในการตรวจพบผู้ติดเชื้อแฝงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ก้าวสำคัญสู่เป้าหมายยุติวัณโรคในประเทศไทย

ปัจจุบันวัณโรคยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูง การมีเครื่องมือคัดกรองที่ใช้งานได้สะดวก พกพาได้ และให้ผลรวดเร็ว จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานเชิงรุกในระดับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

SERS-TB จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้ง AI เซนเซอร์ และนาโนเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพของประเทศ พร้อมสนับสนุนเป้าหมาย End TB หรือการยุติปัญหาวัณโรคของประเทศไทยภายในปี 2578 ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก

นอกจากสะท้อนศักยภาพของนักวิจัยไทยแล้ว นวัตกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงโอกาสในการยกระดับระบบสาธารณสุขไทยให้เข้าถึงการตรวจคัดกรองโรคได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และทั่วถึงมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง