รีเซต

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
ทันหุ้น
4 กันยายน 2569 ( 09:33 )
1

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways Up ฟื้นตัวระยะสั้นในกรอบ 1,570-1,587 จุด หนุนจาก Bond Yield ที่ชะลอตัวเล็กน้อย หลังนายวอลเลอร์ระบุว่าจะสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม Fed เดือนนี้ หากข้อมูลบ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง ทำให้ตลาดปรับลดความน่าจะเป็นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเหลือ 50% จากวันก่อนหน้าที่ 62% ขณะที่ Dollar Index อ่อนตัวลงจากค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นแรง 2% จากทั้งมาตรการแทรกแซงของทั้งสหรัฐฯและญี่ปุ่น รวมถึงแนวโน้มที่ BoJ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนนี้ ล่าสุด Bond Yield 10 ปีสหรัฐฯ อยู่ที่ 4.76%

ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ยังยืนบริเวณ US$95 ต่อบาร์เรล โดยยังต้องติดตามการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านว่าจะผ่อนคลายลงได้เร็วเพียงใด ส่วนปัจจัยสำคัญที่ตลาดรอติดตามคือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรคืนนี้์ (ตลาดคาดเพิ่มขึ้นราว 5.5 หมื่นราย) หากออกมาต่ำกว่าที่คาด จะช่วยผ่อนคลายบรรยากาศการลงทุนช่วยกด Bond Yield ให้ปรับลงต่อได้ในระยะสั้น อย่างไรก็ตามยังมีอีกหนึ่งตัวเลขสำคัญคือเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯเดือน ส.ค. ที่จะประกาศวันศุกร์หน้า ซึ่งจะเป็นตัวเลขสุดท้ายก่อนการประชุม Fed ในวันที่ 15-16 ก.ย. หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดหรือชะลอตัวลงจะยิ่งเพิ่มโอกาสที่่ Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ได้และเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง ด้านปัจจัยในประเทศยังไม่มีประเด็นใหม่ สัปดาห์หน้าติดตามการพิจารณางบประมาณปี 70 วาระ 2-3 ของสภาฯ ส่วนปลายเดือนไฮไลท์อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญที่นัดติดสินคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งวันที่ 28 ก.ย.

กลยุทธ์ : Selective Buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและแนวโน้มกำไร 2H26 โดดเด่น // ระยะกลาง-ยาวยัง Rotate หา Value-Domestic Play
หุ้นเด่นเดือน ก.ย : BTG, HANA, ITC, PR9, STA
FSSIA Portfolio: BA, BBL, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, ITC, PR9, SAPPE, STA, and TIDLOR

หุ้นเด่นวันนี้ : BDMS
· แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 28.75 บาท
· โมเมนตัมกำไร 3Q26 คาดว่าจะเร่งตัว q-q และกลับมาโต y-y ได้ หนุนจากรายได้เดือน ก.ค.-ส.ค. เบื้องต้นที่คาดเติบโตในกรอบ 8-10% y-y เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยยะจาก 1H26
· เราคาดกำไรปี 2026 เติบโต +4% y-y และเร่งตัวขึ้นเป็น +7% y-y ในปี 2027 ราคาหุ้น BDMS +7% YTD ยัง Laggard SET ที่ +25% YTD อย่างมาก คาดว่ามีโอกาสกลับมา Outperform ในฐานะ Laggard Play และ Sector Rotation
· แนวรับ 20.20-20.10 บาท แนวต้าน 21//22-22.40 บาท

ด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด ฝ่ายวิเคราะห์ประเมิน SET Index มีกรอบการเคลื่อนไหวที่ 1,568–1,631 จุด โดยอิงระดับ Valuation จากค่าเฉลี่ย PE 1 ปีที่ -0.50SD ถึง -1.50SD และ 12-month trailing EPS ของ SET ที่ 100.50 คาดหวังการฟื้นตัวหลังโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้ลดลง โดย CME FedWatch คาดมีโอกาสเหลือราว 50% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 25 bps แนะนำ กลุ่มโรงไฟฟ้า รับเหมาฯ นิคมฯ (โยง Data Center) เช่น GULF, BGRIM, GPSC, STECON, AMATA กลุ่มอิเล็กฯ เช่น HANA, CCET กลุ่มท่องเที่ยว/ขนส่ง (ไทยเที่ยวไทยพลัส) เช่น AOT, CENTEL กลุ่มเดินเรือ (จาก BDI ที่สูงขึ้น) เช่น PSL, PRM กลุ่มอาหาร (ราคาขายสัตว์บกสูงขึ้น) เช่น BTG, CPF กลุ่ม ร.พ. (High Season ฤดูฝน) เช่น BDMS, BCH

  • AOT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 68.00 บาท) แนวโน้ม 4Q68/69 (ก.ค.-ก.ย.69) คาดกำไรกลับมาเติบโตได้ทั้ง QoQ, YoY สถิติการบินเบื้องต้นในเดือน ก.ค. จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารของ AOT แม้ปรับตัวลดลง YoY แต่มีสัญญาณฟื้นตัว MoM โดยกำไรจะกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งเนื่องจากเริ่มรับรู้ค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) เป็น 1,120 บาท/คน เข้ามาเต็มไตรมาส ช่วยชดเชยรายได้ที่สูญเสียจาก King Power และผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง เรามีการปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 68/69 ขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 1.99 หมื่นล้านบาท +10%YoY ส่วนกำไรปี 69/70 เติบโตโดดเด่นที่ 2.94 หมื่นล้านบาท (+47%YoY)
  • BTG* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 23.52 บาท) กำไรในช่วง 2Q69 ที่ผ่านมา -YoY -QoQ กดดันจากราคาขายไก่และสุกรในไทยที่อ่อนตัว อย่างไรก็ตาม ราคาไก่และสุกรในปัจจุบันเห็นการฟื้นตัวดีขึ้นมาจาก 2Q69 แล้ว ส่งผลบวกต่อไปยังการดำเนินงานปกติในช่วง 3Q69-4Q69 ซึ่งเราคาดว่าราคาขายสัตว์บกจะมีเสถียรภาพมากขึ้น จาก Supply มีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น หลังช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ราคาขายสัตว์บกมีปัจจัยผันผวนจากโรคระบาดที่ทำให้รายย่อยเร่งขายออกมา ส่งผลให้ตลาดเกิดภาวะ Oversupply และราคาขายเหวี่ยงลงเป็นช่วงๆ

ขณะที่บล.ดาโอ คาดดัชนี SET แกว่ง Sideway ต่อ หลังปัจจัย Macro ยังเป็นปัจจัยที่นักลงทุนเฝ้าติดตาม จากความไม่แน่นอนทั้งการประกาศตัวเลข จ้างงาน และเงินเฟ้อสหรัฐฯ (สัปดาห์หน้า) ทั้งนี้ ถ้อยแถลงของ กรรมการ Fed ที่มาโทน Dovish อ่อนๆ จะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนได้บ้าง ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศยังขาดปัจจัยบวกเพิ่มเติม

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกได้ หลัง Christopher Waller ระบุ การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย จะขึ้นอยู่กับตัวเลขเงินเฟ้อในเดือน ส.ค. นี้ ทำให้ตลาดลดความหวังเรื่อง Fed จะขึ้นดอกเบี้ยลง โดยความน่าจะเป็นที่ตลาดมอง Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. ลดลงสู่ระดับ 50% จาก 63% และส่งผลบวกต่อบรรยากาศการลงทุน ทั้งนี้นักลงทุนยังจับตาตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ โดยคาดว่า Non-Farm payrolls จะออกมาที่ +55,000 ตำแหน่ง
  • John Williams ประธาน Fed สาขานิวยอร์ก เผยเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวหลังผลกระทบจากภาษีศุลกากรคลี่คลาย และราคาพลังงานที่สูงขึ้นยังไม่ลามสู่ภาคบริการ จึงหนุนคงดอกเบี้ยตามเดิมเพราะมองว่าอยู่ในระดับที่สมดุล โดย Fed จะติดตามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนประชุม FOMC กลางกันยายนนี้
  • คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีมติอนุมัติแล้ว ให้การส่งเสริมโครงการของ Nestle’ (ไทย) 2 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 6.4 พันล้านบาท แบ่งเป็นโครงการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงราว 4.5 พันล้านบาท และโครงการผลิตขนมขบเคี้ยวสำหรับสัตว์เลี้ยงราว 1.93 พันล้านบาท ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง โดยกว่า 90% ของกำลังผลิตเน้นส่งออก และจะดึงวัตถุดิบเกษตรในประเทศเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตปีละราว 450 ล้านบาท
  • กฟผ. เปิดร่างแผน PDP2026 ฉบับใหม่ ชูโซลาร์ลอยน้ำและ SMR มุ่ง Net Zero เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะวันที่ 8 ก.ย. 2569 ก่อนเสนอเข้าที่ประชุม กพช. พิจารณาภายในสิ้นปี 2569 และคาดว่าการประมูลกำลังผลิตไฟฟ้ารอบแรกภายใต้แผนนี้จะเริ่มเร็วที่สุดในปี 2570 โดยสาระสำคัญคือเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตใหม่ปี 2569-2580 รวม 5.09 หมื่นเมกะวัตต์ แบ่งเป็นโซลาร์ 2.43 หมื่นเมกะวัตต์ (รวมโซลาร์ลอยน้ำเหนือเขื่อน) แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) 1.45 หมื่นเมกะวัตต์ ลม 2.7 พันเมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าก๊าซ CCGT 9.1 พันเมกะวัตต์ และ SMR (Small Modular Reactor) 9 พันเมกะวัตต์

Strategy
กลยุทธ์หลัก: ระยะสั้น เดือนก.ย. มักเป็นเดือนเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐฯ เน้นเก็งกำไรหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เราชอบ CK ด้านหุ้นระยะกลาง - ยาว ลงทุนหุ้นตาม Theme โดย กลุ่มท่องเที่ยว ให้ถือครอง (รอสะสมตอนย่อ) ชอบ AOT, CENTEL ขณะที่ Theme ใหญ่ (Mega play Theme) Data Center เรายังชอบ GPSC, BGRIM, ADVANC และ หุ้นกลุ่มธนาคาร เรายังชอบ KTB, KBANK, TTB, KKP

ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event 25 Aug 26

  • US, Fed Hammack Speech
  • EA, Retail Sales MoM (Jul), Consensus=N/A, Prior=-0.3%
  • EA, ECB Lane Speech
  • US, Non-Farm Payrolls (Aug), Consensus=55K, Prior=-23K
  • US, Unemployment Rate (Aug), Consensus=4.2%, Prior=4.1%
  • US, Average Hourly Earnings MoM (Aug), Consensus=0.2%, Prior=0.1%.

Technical : BCH, KAMART

Fund Flow และตลาดการเงิน

  • ต่างชาติ “ซื้อ” สุทธิตลาดหุ้นไทย และ “ซื้อ” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
  • ตลาดหุ้น (3 ก.ย. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 64,483.60 ล้านบาท และ (MAI) 310.96 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,955.81 ล้านบาท
  • Bond Yield 10 ปี ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 2.10 bps ปิดที่ 2.44% โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย มูลค่า 2,327 ล้านบาท
  • ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.97 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า

หุ้นเด่นวันนี้
KTB, TTB : 1) กลุ่มธนาคารมี sentiment บวกจาก Fitch Ratings มองความเสี่ยงไทยลดลงและมีโอกาสปรับเพิ่ม Outlook ประเทศไทยจากปัจจุบันที่ Negative ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับ Outlook ของธนาคารไทยเพิ่มขึ้นเช่นกัน,

2) เราคาดว่า KTB (ซื้อ/เป้า 50 บาท) และ TTB (ถือ/เป้า 3.20 บาท) มีโอกาสได้ปรับ Outlook เพิ่มขึ้นในรอบนี้ ซึ่งจะเป็น sentiment ต่อราคาหุ้นที่มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้
KLINIQ : 1) ผู้บริหาร KLINIQ ยังมองแนวโน้มธุรกิจใน 2H26E ยังมีโมเมนตันในทิศทางที่ดี จากการเปิด 13 สาขาใหม่ ประเมิน SSSG เติบโต double digit ขณะที่ SG&A to sales จะลดลงจากการบริหารค่าใช้จ่ายดีขึ้น, 2) แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 35.00 บาท โดยประมาณการกำไรปี 2026E ที่ 476 ล้านบาท (+31% YoY) ส่วนกำไร 2H26E ยังเติบโตดีที่ 243 ล้านบาท (+28% YoY, 4% HoH)

กรอบดัชนี SET วันนี้ : แนวรับ 1566-1571 แนวต้าน 1586-1595

Technical Pick: : TASCO, BH

Stock picks for September 2026 : AOT, BEM, CENTEL, GPSC, PLANB, SCGP

ข่าวที่เกี่ยวข้อง