เก็งงบ AOT งบQ4 ขาดทุน2.2พันล. รอฟื้นกำไรปี65

เก็งงบ AOT งบQ4 ขาดทุน2.2พันล. รอฟื้นกำไรปี65
ทันหุ้น
12 ตุลาคม 2563 ( 08:45 )
144
เก็งงบ AOT งบQ4 ขาดทุน2.2พันล. รอฟื้นกำไรปี65

ทันหุ้น –สู้โควิด –โบรกส่องผลงาน AOT ไตรมาส 4/2563 (ก.ค.-ก.ย.63) คาดจะขาดทุน 22 พันล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนปกติ 2.6 พันล้านบาท ในไตรมาส 3/2563 ที่ผ่านมา หลังประหยัดต้นทุนกว่า 1 พันล้านบาท จากการลดค่าเช่าที่ราชพัสดุจากโควิด-19  ส่งผลทำให้พร้อมปรับประมาณการกำไรปกติปี 2563 เพิ่มขึ้น 8% สู่ 5.6 พันล้านบาท แต่ยังคงลดลง 78% จากปีก่อน เชื่อสถานการณ์เลวร้ายที่สุดผ่านไปแล้ว รอฟื้นตัวกลับมามีกำไรปกติ 1.5 หมื่นล้านบาท ในปี 2565

 

บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ระบุถึง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ว่า คาดผลประกอบการจะอ่อนแอต่อเนื่อง โดยจะมีขาดทุนปกติ 2.2 พันล้านบาท ในไตรมาส 4/2563 (ก.ค.-ก.ย.63) พลิกจากกำไรปกติ 5.2 พันล้านบาท ในไตรมาส 4/2562 แต่ดีขึ้นจากขาดทุนปกติ 2.6 พันล้านบาท ในไตรมาส 3/2563 ที่ผ่านมา ตัวการสำคัญที่ฉุดรั้งผลประกอบการ คือ การไม่มีผู้โดยสารระหว่างประเทศ (-99% จากปีก่อน) ขณะที่ผู้โดยสารภายในประเทศที่กลับมาใช้บริการ (-45% จากปีก่อน) ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด

 

ทั้งนี้พรีวิวผลประกอบการไตรมาส 4/2563 ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ หลังจาก AOT เปิดเผยว่ากรมธนารักษ์ได้ปรับลดค่าเช่าที่ราชพัสดุในปี 2563 เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ AOT ขณะที่คาดว่า AOT จะประหยัดต้นทุนได้ราว 1.0 พันล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ในไตรมาส 4/2563 และส่งผลทำให้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2563 เพิ่มขึ้น 8% สู่ 5.6 พันล้านบาท แต่ยังคงลดลง 78% จากปีก่อน

 

*ปี 2565 กลับมามีกำไรปกติ

 

ขณะที่มองว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมีความไม่แน่นอนสูง โดยมีสาเหตุมาจากความผันผวนของวิวัฒนาการของโรคโควิด-19 และการดำเนินมาตรการจำกัดการเดินทางเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งจะส่งผลทำให้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยล่าช้าออกไปเป็นครึ่งปีหลัง 2564 (จากไตรมาส 4/2563) โดยอิงกับมุมมองที่ว่าวัคซีนที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจะทำให้หลายๆ ประเทศกลับมาเปิดประเทศได้มากขึ้นด้วยการยกเลิกมาตรการจำกัดการเดินทาง โดยเฉพาะเงื่อนไขการกักตัว (Quarantine) ดังนั้นจึงปรับสมมติฐานจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศของ AOT ลดลงสู่ 6.6 ล้านคน ในปี 2564 (ลดลงจาก 22 ล้านคน)

 

โดยคาดว่าการฟื้นตัวจะเริ่มได้ในไตรมาส4/2564 (ก.ค.-ก.ย. 64) และจะฟื้นตัวสู่ 50.8 ล้านคน ในปี 2565 (ลดลงจาก 65 ล้านคน) ส่งผลทำให้ปรับประมาณการผลประกอบการของ AOT ลดลงสู่ขาดทุนปกติ 6.8 พันล้านบาท ในปี 2564 (จากขาดทุนปกติที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 1.8 พันล้านบาท) จากนั้นจะฟื้นตัวกลับมามีกำไรปกติ 1.5หมื่นล้านบาท ในปี 2565 (ลดลงจากกำไรปกติที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท) จึงปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2564 อ้างอิงวิธี DCF ลดลงสู่ 58บาทต่อหุ้น (จาก 60 บาท/หุ้น)

 

*พ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว

 

ในขณะที่เชื่อว่าสถานการณ์เลวร้ายที่สุดสำหรับการดำเนินงานของ AOT ได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ยังคงเรทติ้ง NEUTRAL สำหรับ AOT เนื่องจากมองว่านักลงทุนไม่ควรรีบเข้าซื้อหุ้น AOT เพราะขาดปัจจัยกระตุ้นระยะสั้น และผลประกอบการจะอ่อนแอต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 3/2564 (เม.ย.-มิ.ย. 64) เชื่อว่า AOT จะสามารถอยู่รอดต่อไปได้ท่ามกลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่ชะลอตัวลง โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท โดยอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนอยู่ในระดับต่ำที่ 0.1 เท่า (ณ วันที่ 30 มิ.ย.63) Upside สำหรับประมาณการ คือ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง