เงินเฟ้อก.พ. ร่วง 1.17% ลบต่อเนื่อง 12 เดือนติด พาณิชย์แจงไม่น่ากังวล รับอานิสงส์มาตรการรัฐ

เงินเฟ้อก.พ. ร่วง 1.17% ลบต่อเนื่อง 12 เดือนติด พาณิชย์แจงไม่น่ากังวล รับอานิสงส์มาตรการรัฐ
ข่าวสด
5 มีนาคม 2564 ( 15:14 )
7
เงินเฟ้อก.พ. ร่วง 1.17% ลบต่อเนื่อง 12 เดือนติด พาณิชย์แจงไม่น่ากังวล รับอานิสงส์มาตรการรัฐ

เงินเฟ้อก.พ. ร่วง 1.17% - นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนก.พ. 2564 ลดลง 0.91% เมื่อเทียบกับเดือนม.ค. 2564 และลดลง 1.17% เมื่อเทียบกับเดือนก.พ. 2563 ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่มี.ค. 2563

 

ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานที่หักสินค้ากลุ่มอาหารสดและพลังงานออก เทียบกับม.ค. 2564 ลดลง 0.08% เทียบกับก.พ. 2563 เพิ่มขึ้น 0.04% ขณะที่เงินเฟ้อรวม 2 เดือนปี 2564 (ม.ค.-ก.พ.) ติดลบ 0.75% และเงินเฟ้อพื้นฐานรวม 2 เดือน เพิ่มขึ้น 0.12%

 

ทั้งนี้ การหดตัวของเงินเฟ้อในเดือนก.พ. 2564 ไม่น่ากังวล เพราะเป็นการลดลงจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล โดยเฉพาะการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาเป็นระยะเวลา 2 เดือน (ก.พ.-มี.ค. 2564) และยังได้ผลดีจากสินค้าในกลุ่มอาหารสด เช่น ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ผักสด ที่ลดลงตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่วนสินค้าและบริการในหมวดอื่นๆ ส่วนใหญ่ทรงตัวและเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการผลิตและความต้องการบริโภค ยกเว้นน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 13 เดือน ตามการสูงขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก

 

“เงินเฟ้อเดือนก.พ. 2564 ที่ปรับตัวลดลงถึง 1.17% ถ้าไม่มีปัจจัยอะไรเลย ก็ถือว่าติดลบสูง แต่พอดูลึกเข้าไปพบว่าได้รับผลดีจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ประปา ที่เป็นตัวฉุดเงินเฟ้อลงมามาก และเดือนมี.ค. 2564 เงินเฟ้อก็จะยังลดลงอีก เพราะมาตรการลดค่าไฟฟ้า ประปายังมีอยู่ แต่จะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนเม.ย. 2564 เป็นต้นไป ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของประชาชน โดยจะค่อยๆ ทยอยขึ้น” นายภูสิตกล่าว

 

สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อเดือนก.พ. 2564 ที่ลดลง 1.17% มาจากการลดลงของสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม 1.60% โดยหมวดเคหสถานลด 4.98% เช่น ค่าไฟฟ้า ประปา ก๊าซหุงต้ม หมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า ลด 0.22% เช่น เสื้อยืดสตรี บุรุษ หมวดการบันเทิง การอ่าน การศึกษา ลด 0.12% เช่น เครื่องถวายพระ ค่าห้องพักโรงแรม หมวดการรักษาและบริการส่วนบุคคล ลด 0.04% เช่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูป สบู่ ผ้าอนามัย แต่หมวดพาหนะการขนส่งและการสื่อสาร เพิ่ม 0.98% จากการสูงขึ้นของน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าโดยสารสาธารณะ หมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 0.03% เช่น สุรา เบียร์

 

ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลด 0.43% ได้แก่ ข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง ลด 5.93% ผักสด ลด 3.53% เช่น คะน้า ผักบุ้ง ผักกาดขาว ไข่และผลิตภัณฑ์นม ลด 0.34% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลด 0.30% เช่น น้ำดื่ม กาแฟผงสำเร็จรูป น้ำอัดลม แต่กลุ่มเนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ เพิ่ม 1.02% เช่น เนื้อสุกร ปลาหมึกกล้วย ปลาทับทิม ผลไม้สด เพิ่ม 0.78% เช่น กล้วยน้ำว้า องุ่น ฝรั่ง เครื่องประกอบอาหาร เพิ่ม 3.35% เช่น น้ำมันพืช ซอสหอยนางรม ซีอิ้ว อาหารบริโภคในบ้านและนอกบ้าน เพิ่ม 0.32% และ 0.54% เช่น ข้าวสำเร็จรูป อาหารโทรสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง อาหารเช้า ไก่ทอด พิซซ่า

 

อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อในปี 2564 สนค. ยังคงประเมินว่าจะเคลื่อนไหวระหว่าง 0.7-1.7% มีค่ากลางอยู่ที่เพิ่ม 1.2% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) 3.5-4.5% ราคาน้ำมันดิบดูไบ 40-50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 30-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นอัตราที่ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง