คลังมองเงินบาทปี69ผันผวน ชี้จับตาเฟด

นายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงคาดการณ์ทิศทาง ค่าเงินบาท ประจำปี 2569 ว่า สศค. ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวจะอยู่ที่ 32.0 - 33.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือมีค่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนการแข็งค่าขึ้นร้อยละ 1.4 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของปี 2568
อย่างไรก็ตาม แม้ทิศทางค่าเงินบาท จะดูแข็งค่าขึ้นจากปีก่อน แต่หากเทียบกับการประเมินครั้งก่อนหน้าเมื่อเดือน เม.ย. 2569 ถือเป็นการปรับมุมมองให้อ่อนค่าลงเล็กน้อย จากเดิมที่เคยมองไว้ระดับ 32.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยตัวเลขคาดการณ์ล่าสุดของ สศค. นี้ สอดคล้องกับค่าเฉลี่ย ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ที่ประเมินไว้ที่ 32.44 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
นายวโรทัย ระบุว่า ปัจจุบันค่าเงินบาทมีความเชื่อมโยงและผูกติดกับดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD Index) สูงกว่าในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเกือบร้อยละ 3 จากแรงหนุนของราคาพลังงานและกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลออก
ส่วนประเด็นสำคัญที่ตลาดต้องเฝ้าระวังคือ การคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งกลไกนี้จะเป็นเสมือนแม่เหล็กดูดกระแสเงินทุน ให้ไหลกลับเข้าสู่สหรัฐฯ มากขึ้น
นอกจากนี้ สศค. ได้เน้นย้ำถึงปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจสร้างความผันผวนให้กับค่าเงินบาทในระยะต่อไป ได้แก่
1.ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย ถือเป็นกันชนสำคัญทางเศรษฐกิจ หากรายรับจากภาคส่งออกและการท่องเที่ยวลดลง จนการเกินดุลหดตัวหรือพลิกกลับมาขาดดุล จะกลายเป็นแรงกดดันหลักที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่าและผันผวนสูง
2.กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ ทิศทางตลาดโลกที่อาจตื่นตระหนกจากความไม่แน่นอนของสงครามและภูมิรัฐศาสตร์
3.นโยบายชาติมหาอำนาจ การดำเนินนโยบายการเงินและการค้าของสหรัฐฯ ตลอดจนทิศทางเศรษฐกิจโลก ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน ว่าจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อหนีไปถือครอง "สินทรัพย์ปลอดภัย" อย่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และทองคำแทน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
