จับตาขัดแย้ง-"น้ำมันพุ่ง"กระทบศก.ครึ่งปีหลัง

นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยเดือนพฤษภาคมยังได้รับแรงหนุนจากภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่งออกยังขยายตัว แม้การเติบโตจะเริ่มชะลอลง
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน และภาคการผลิตของไทยที่ยังมีความเปราะบาง เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนการผลิต และการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง
ด้านการบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งใหม่ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.2 และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 ขณะที่รายได้เกษตรกรที่แท้จริงเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3
อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงจาก 50.6 เหลือ 49.5 เนื่องจากประชาชนกังวลต่อความขัดแย้งระหว่างประเทศและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบค่าครองชีพ และเศรษฐกิจไทย
ส่วนการลงทุนภาคเอกชน ยังอยู่ในระดับทรงตัว แม้การนำเข้าสินค้าทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 สะท้อนการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ แต่บางภาคส่วนยังอ่อนแรง โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์เชิงพาณิชย์ลดลง ร้อยละ 14.7 ขณะที่รายได้จากภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ลดลงร้อยละ 8.6
ด้านการส่งออก เดือนพฤษภาคมมีมูลค่า 34,333 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6 จากปีก่อน และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 โดยได้รับแรงหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เม็ดพลาสติก ผลไม้ และอาหารสัตว์เลี้ยง
ขณะที่การส่งออกยางพารา น้ำตาล และรถยนต์ยังหดตัว สำหรับตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ อาเซียน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ยังขยายตัวได้ดี แต่ตลาดอินโดจีนและอินเดียเริ่มชะลอลง
ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ โดยพฤษภาคมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.35 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 จากปีก่อน ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2
ส่วนภาคอุตสาหกรรมยังต้องเฝ้าระวัง แม้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) จะยังอยู่เหนือระดับ 50 แต่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมลดลงมาอยู่ที่ 84.7 จากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจ และต้นทุนการผลิต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
