เปิด MOU 14 ข้อ หยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน หลายเรื่องยังต้องคุยอีกภายหลัง

เมื่อวานนี้ (17 มิถุนายน) มีการเผยแพร่บันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่มีเป้าหมายเพื่อขยายผลจากข้อตกลงหยุดยิง และทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
ร่างข้อตกลง 14 ข้อนี้ มีความยาวไม่ถึง 800 คำในภาษาอังกฤษ และยังคงปล่อยให้รายละเอียดสำคัญหลายเรื่องต้องไปเจรจากันต่อในภายหลัง รวมถึงประเด็นอ่อนไหวอย่างโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่สิ่งที่ร่างข้อตกลงฉบับนี้สัญญาไว้คือการมอบผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจำนวนมหาศาลให้แก่อิหร่าน ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเพื่อให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้อีกครั้ง รวมถึงการเปิดทางให้อิหร่านเข้าถึงทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้หลายพันล้านดอลลาร์ และเงินทุนสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจมูลค่าถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชื่นชอบข้อตกลงที่มีหลายข้อกำหนดเป็นพิเศษ โดยก่อนหน้านี้แผนยุติการสู้รบในฉนวนกาซาเป็นข้อตกลง 20 ข้อ ส่วนแผนที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนมีถึง 28 ข้อ
และนี่คือสาระสำคัญของร่างข้อตกลงแต่ละข้อ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์ได้อ่านให้สื่อมวลชนฟังระหว่างการประชุมทางโทรศัพท์ ประกอบด้วย...
1. ยุติสงครามและการปฏิบัติการทางทหาร
สหรัฐฯ อิหร่าน และพันธมิตรของทั้งสองฝ่าย ตกลงที่จะยุติปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดในทันทีและอย่างถาวร ในทุกแนวรบ “รวมถึงในเลบานอน” พร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่เริ่มสงครามหรือปฏิบัติการทางทหารต่อกันอีก และจะงดเว้นจากการข่มขู่หรือใช้กำลังต่อกัน รวมถึงเคารพบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของเลบานอน
2. เคารพอธิปไตยซึ่งกันและกัน
สหรัฐฯ และอิหร่านจะเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน และจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของอีกฝ่าย
3. เจรจาข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายใน 60 วัน
ทั้งสองฝ่ายตกลงจะเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลง “ฉบับสุดท้าย” ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และสามารถขยายเวลาได้หากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน
4. สหรัฐฯ จะยุติการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน
ทันทีที่ลงนาม MOU สหรัฐฯ จะเริ่มยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลและมาตรการขัดขวางต่าง ๆ ต่ออิหร่าน และจะยุติการปิดล้อมทั้งหมดภายใน 30 วัน โดยในช่วงเปลี่ยนผ่าน อิหร่านจะทยอยฟื้นฟูปริมาณการเดินเรือให้กลับมาใกล้เคียงระดับก่อนสงคราม นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะถอนกำลังทหารออกจากบริเวณใกล้อิหร่านภายใน 30 วันหลังจากข้อตกลงฉบับสุดท้ายมีผลบังคับใช้
5. อิหร่านจะรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือ
อิหร่านจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้เรือพาณิชย์เดินทางผ่านระหว่างอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมานได้อย่างปลอดภัย โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม เป็นเวลา 60 วัน และการเดินเรือพาณิชย์จะเริ่มกลับมาทันที ซึ่งอิหร่านจะดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและขจัดอุปสรรคทางเทคนิคและการทหารต่าง ๆ ภายใน 30 วัน นอกจากนี้ อิหร่านจะหารือกับสุลต่านแห่งโอมานและประเทศชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียอื่น ๆ เพื่อกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซในอนาคต ตามกฎหมายระหว่างประเทศ
6. แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่าน 300,000 ล้านดอลลาร์
สหรัฐฯ ร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาค จะจัดทำแผนฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจอิหร่านมูลค่าอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์ รายละเอียดของกลไกการดำเนินงานจะถูกกำหนดในข้อตกลงฉบับสุดท้ายภายใน 60 วัน และสหรัฐฯ จะออกใบอนุญาตหรือการยกเว้นข้อจำกัดต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับธุรกรรมทางการเงินทั้งหมด
7. ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร
สหรัฐฯ จะ “ยุติมาตรการคว่ำบาตรทุกประเภทต่ออิหร่าน” รวมถึงมาตรการของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มติของคณะกรรมการผู้ว่าการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ตลอดจนมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อมตามกรอบเวลาที่จะกำหนดในข้อตกลงฉบับสุดท้าย ทั้งสองฝ่ายยอมรับว่าประเด็นการยกเลิกคว่ำบาตรเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และจะเร่งเจรจาเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน
8. ประเด็นโครงการนิวเคลียร์
อิหร่านยืนยันว่าจะไม่จัดหาและไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงที่จะหาทางจัดการกับสต็อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน ผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงร่วมกัน โดยอย่างน้อยจะมีการลดระดับความเข้มข้นของยูเรเนียมในประเทศภายใต้การกำกับดูแลของ IAEA และทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะหารือเรื่องการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน ภายใต้กรอบที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน
9. รักษาสถานะเดิมระหว่างรอข้อตกลงสุดท้าย
ระหว่างที่ยังไม่มีข้อตกลงฉบับสุดท้าย อิหร่านจะคงสถานะปัจจุบันของโครงการนิวเคลียร์ไว้ ขณะที่สหรัฐฯ จะไม่ออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม และจะไม่ส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้ามาในภูมิภาค
10. เปิดทางส่งออกน้ำมันอิหร่าน
ทันทีที่ลงนาม MOU ฝ่ายกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะออกใบยกเว้นเพื่ออนุญาตการส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และอนุพันธ์ของอิหร่าน รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น ธุรกรรมธนาคาร การประกันภัย และการขนส่ง
11. ปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัด
สหรัฐฯ จะทำให้ทรัพย์สินและเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดหรือถูกจำกัดการเข้าถึง สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดขั้นตอนการปล่อยเงินดังกล่าว โดยเงินเหล่านี้จะสามารถใช้ชำระให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ที่ธนาคารกลางอิหร่านกำหนดได้อย่างอิสระ โดยที่สหรัฐฯ จะออกใบอนุญาตและการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อดำเนินการเรื่องนี้
12. ตั้งกลไกติดตามผล
ทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งกลไกบริหารร่วมเพื่อติดตามการปฏิบัติตาม MOU และตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับสุดท้ายในอนาคต
13. เริ่มเจรจา "ข้อตกลงฉบับสุดท้าย"
หลังจากลงนาม MOU และเมื่อเริ่มดำเนินมาตรการตามข้อ 1, 4, 5, 10 และ 11 แล้ว รวมถึงมีการปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มเจรจาเฉพาะในประเด็นอื่น ๆ ที่เหลือเพื่อจัดทำข้อตกลงฉบับสมบูรณ์
14. รับรองโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
ข้อตกลงฉบับสุดท้ายจะได้รับการรับรองผ่านมติที่มีผลผูกพันของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อให้มีผลทางกฎหมายระหว่างประเทศอย่างสมบูรณ์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
