ดีเดย์ 1 เม.ย.นี้ รฟม.เปิดบริการที่จอดรถอัตโนมัติ นำร่อง MRT สามย่าน

ดีเดย์ 1 เม.ย.นี้ รฟม.เปิดบริการที่จอดรถอัตโนมัติ นำร่อง MRT สามย่าน
TNN ช่อง16
1 เมษายน 2564 ( 06:41 )
73
ดีเดย์ 1 เม.ย.นี้ รฟม.เปิดบริการที่จอดรถอัตโนมัติ นำร่อง MRT สามย่าน

รายงานข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม.ได้จัดทำโครงการเพิ่มพื้นที่จอดรถในเส้นทางรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) โดยนำระบบที่จอดรถอัตโนมัติ หรือ Robot Parking มาติดตั้งในบริเวณลานจอดรถของโครงการฯ เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่จอดรถมีจำนวนจำกัดและไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเริ่มที่ลานจอดรถสถานีสามย่านเป็นสถานีแรก เนื่องจากลานจอดรถสถานีสามย่านมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทั้งการจอดรถแบบรายเดือนและรายวัน


สำหรับระบบที่จอดรถอัตโนมัติ หรือ Robot Parking นั้น เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของพื้นที่จอดรถที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเมื่อผู้ใช้บริการนำรถเข้ามาจอด จะมีเครื่องกลทำหน้าที่เสมือนหุ่นยนต์รับรถขึ้นไปจอดในลักษณะซ้อนกันในแนวดิ่ง ทำให้จอดรถได้มากขึ้น อีกทั้งใช้เวลาเฉลี่ยในการรับ – ส่งรถ เข้าและออกจากที่จอดรถเพียงคันละ 90 วินาที และหากรถจอดชั้นไกลที่สุดจะใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น ซึ่งผู้ใช้บริการไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถ นับเป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า ประหยัดเวลา และเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้บริการ  


นอกจาก นี้ รฟม. ยังได้ติดตั้งและตรวจสอบระบบที่จอดรถอัตโนมัติดังกล่าวให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ รฟม. กำหนดจะเปิดให้บริการที่จอดรถอัตโนมัติ บริเวณลานจอดรถสถานีสามย่าน ในวันที่ 1 เมษายน 2564 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป โดยยังคงคิดอัตราค่าบริการที่จอดรถตามปกติ (กรณีผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า คิดอัตราค่าจอดรถ 15 บาทต่อ 2 ชั่วโมง และผู้ไม่ใช้บริการรถไฟฟ้า คิดอัตราค่าจอดรถ 50 บาทต่อ 1 ชั่วโมง สำหรับผู้ใช้บริการที่จอดรถรายเดือน คิดอัตราค่าจอดรถ 2,000 บาทต่อเดือน) โดยเมื่อเปิดให้บริการที่จอดรถอัตโนมัติแล้ว จะสามารถรองรับรถยนต์ได้ทั้งหมดจำนวน 46 คัน


 ทั้งนี้ รฟม. ได้เตรียมดำเนินการติดตั้งที่จอดรถอัตโนมัติเพิ่มเติมบริเวณลาดจอดรถสถานีห้วยขวาง และลานจอดรถอื่นๆ ในเส้นทางรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินเป็นลำดับต่อไป เพื่อเพิ่มพื้นที่จอดรถให้เพียงพอต่อความต้องการและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัวมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพื่อช่วยลดฝุ่นละออง PM 2.5 ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง