LC3 กลไกสำคัญใน 7 มาตรการ ปรับอุตสาหกรรมปูนสู่ Net Zero

อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์กับโจทย์ลดคาร์บอนโลก
อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก โดยทั่วโลกประเมินว่าการผลิตปูนซีเมนต์คิดเป็นประมาณ 7–8% ของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมด
ความท้าทายดังกล่าวทำให้ภาคอุตสาหกรรมถูกจัดอยู่ในกลุ่ม hard-to-abate sector หรือภาคส่วนที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้ยาก เนื่องจากกระบวนการผลิตต้องใช้พลังงานสูงและเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมีของวัตถุดิบโดยตรง
ในบริบทนี้ หลายประเทศจึงเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการผลิต โดยหนึ่งในแนวทางที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ LC3 หรือ Limestone Calcined Clay Cement ซึ่งถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในเชิงอุตสาหกรรม
LC3 นวัตกรรมปูนซีเมนต์ลดคาร์บอน
สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) กำลังผลักดันการพัฒนา แคลไซน์ เคลย์ ซีเมนต์ (LC3) ในฐานะหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรม
แนวคิดของ LC3 คือการลดสัดส่วน ปูนเม็ด (clinker) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ และเป็นขั้นตอนที่ปล่อยคาร์บอนสูงที่สุดในกระบวนการผลิต โดยนำ ดินเหนียวเผา (calcined clay) และหินปูนบางส่วนมาใช้แทน
ผลลัพธ์ที่ได้คือปูนซีเมนต์ที่ยังคงคุณสมบัติด้านความแข็งแรงและความทนทานตามมาตรฐาน แต่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้สูงสุดประมาณ 40% เมื่อเทียบกับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์แบบดั้งเดิม
ดร.ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ TCMA ระบุว่า LC3 ถือเป็นหนึ่งใน 7 มาตรการหลัก ภายใต้ Thailand 2050 Net Zero Cement & Concrete Roadmap ซึ่งเป็นแผนระยะยาวของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยในการลดการปล่อยคาร์บอน
เชื่อมโยงเป้าหมาย NDC 3.0 ของไทย
การพัฒนา LC3 ยังถูกวางบทบาทให้สอดคล้องกับ NDC 3.0 (Nationally Determined Contribution) ซึ่งเป็นแผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่ไทยเสนอภายใต้ความตกลงปารีส
ความร่วมมือในโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการด้านเทคโนโลยี LC3 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้โครงการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตของไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) และรัฐบาลแคนาดา
หน่วยงานภาครัฐของไทย เช่น กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และกรมโรงงานอุตสาหกรรม มีบทบาทสนับสนุนในด้านนโยบาย การติดตามผล และระบบตรวจสอบการปล่อยคาร์บอน หรือ MRV
เป้าหมายสำคัญคือการทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐาน และกลไกทางการเงิน
SARABURI SANDBOX พื้นที่ทดลองอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ
หนึ่งในพื้นที่สำคัญของการทดลองแนวคิดดังกล่าวคือ SARABURI SANDBOX ซึ่งถูกวางให้เป็นพื้นที่ต้นแบบของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม
โครงการนี้ครอบคลุมแนวทางลดคาร์บอนหลายด้าน เช่น
- การใช้ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ
- การใช้เชื้อเพลิงทดแทน
- การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในภาคการผลิต
แนวคิดของ sandbox คือการทดลองนโยบายและเทคโนโลยีในพื้นที่จริง เพื่อประเมินผลและขยายผลในระดับประเทศ
ความร่วมมือระดับภูมิภาคอาเซียน
ในระดับภูมิภาค TCMA ยังเชื่อมโยงการดำเนินงานกับ สภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (AFCM) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการลดคาร์บอน
ภายใต้ AFCM Decarbonization Roadmap อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในภูมิภาคกำลังพยายามจัดแนวทางลดคาร์บอนให้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลกของ Global Cement and Concrete Association (GCCA)
ความร่วมมือในระดับอาเซียนมีความสำคัญ เนื่องจากภูมิภาคนี้เป็นหนึ่งในตลาดก่อสร้างที่เติบโตเร็วของโลก และความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
เป้าหมายผลิตเชิงพาณิชย์ปี 2573
แม้เทคโนโลยี LC3 ยังอยู่ในช่วงการวางรากฐานในประเทศไทย แต่ภาคอุตสาหกรรมตั้งเป้าหมายให้สามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายใน ปี 2573
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้าน เช่น
- การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต
- มาตรฐานผลิตภัณฑ์
- การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว
- กลไกการเงินเพื่อสนับสนุนการลงทุน
อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยมองว่าหากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคสังคมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีอย่าง LC3 อาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
