รีเซต

หยาดเหงื่อแลกอิสรภาพ เปิดบันทึก 4 ชีวิตแรก

หยาดเหงื่อแลกอิสรภาพ เปิดบันทึก 4 ชีวิตแรก
TNN ช่อง16
30 เมษายน 2569 ( 14:52 )
16

ปลายเดือนเมษายน 2569 โครงการ “ทำงานไถ่ตัวเองออกจากคุก” เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย จากแนวคิดของ รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ต้องการช่วยผู้ต้องขังซึ่งไม่ได้ถูกกักขังเพราะไม่มีที่ไป แต่ถูกกักขังเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับตามคำพิพากษา

จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดขึ้นที่สถานกักขังกลางปทุมธานี หลัง รศ.ดร.ปริญญา และนักศึกษาวิชาบริการกฎหมายเพื่อสังคม พบผู้ต้องขัง 4 ราย ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ โดยทั้ง 4 คนมีค่าปรับรวมกัน 98,500 บาท แบ่งเป็นค่าปรับ 30,000 บาท เทียบกับการกักขัง 60 วัน ค่าปรับ 29,500 บาท เทียบกับการกักขัง 59 วัน ค่าปรับ 27,000 บาท เทียบกับการกักขัง 54 วัน และค่าปรับ 12,000 บาท เทียบกับการกักขัง 24 วัน

ตัวเลขเหล่านี้มาจากหลักกฎหมายที่กำหนดให้ผู้ไม่มีเงินชำระค่าปรับต้องถูกกักขังแทนในอัตรา 500 บาทต่อวัน หมายความว่า หากมีค่าปรับ 10,000 บาท แต่ไม่มีเงินจ่าย ก็อาจต้องถูกกักขังแทน 20 วัน แม้กฎหมายจะเปิดช่องให้ขอทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับได้ แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัด ทำให้ผู้ไม่มีเงินสดจำนวนมากยังต้องเข้าสู่สถานกักขัง

รศ.ดร.ปริญญา ระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้ถูกกักขังเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับประมาณ 30,000–50,000 คน และ ณ วันที่ 1 เมษายน 2569 มีผู้ถูกกักขังในลักษณะนี้ 5,048 คน ตัวเลขดังกล่าวทำให้ประเด็นค่าปรับไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับคนฐานะเปราะบาง เพราะค่าปรับหลักหมื่นบาทอาจหมายถึงการสูญเสียอิสรภาพหลายสิบวัน รวมถึงรายได้ของครอบครัวที่หายไปในช่วงเวลานั้น

สำหรับ 4 ชีวิตแรกของโครงการนี้ รศ.ดร.ปริญญา ใช้เงินส่วนตัวจำนวน 98,500 บาท ไปชำระค่าปรับให้ทั้งหมด เมื่อเจ้าหน้าที่สถานกักขังกลางปทุมธานีนำเงินไปชำระต่อศาลต้นทางตามขั้นตอนแล้ว ทั้ง 4 คนจึงพ้นจากการกักขัง และได้รับอิสรภาพในเช้าวันถัดมา

แต่โครงการนี้ไม่ได้จบลงที่การจ่ายเงินแทนให้พ้นจากสถานกักขัง เพราะหัวใจสำคัญคือการให้ผู้เข้าร่วมโครงการออกมาทำงาน เพื่อคืนเงินค่าปรับด้วยแรงของตัวเอง โดยมีองค์กรที่เข้าร่วมรับไปทำงาน 3 แห่ง ได้แก่ โครงการตั้งต้นดี มูลนิธิกระจกเงา และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ก่อนเริ่มงาน มีการพูดคุยและสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมทั้ง 4 คน เพื่อดูความสมัครใจ ความเหมาะสม และลักษณะงานที่สามารถทำได้ กระบวนการนี้ทำให้คนที่เคยอยู่ในสถานะผู้ต้องขังเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะคนทำงาน มีหน้าที่ มีรายได้ และมีโอกาสคืนเงินค่าปรับตามจำนวนที่กองทุนจ่ายให้ก่อน

รูปแบบของโครงการคือ กองทุนสำรองจ่ายค่าปรับให้ก่อน จากนั้นผู้เข้าร่วมออกมาทำงาน เมื่อทำงานจนได้ค่าจ้างครบตามยอดค่าปรับ องค์กรที่รับเข้าทำงานจะคืนเงินเข้าสู่กองทุน เพื่อนำไปใช้ช่วยผู้ต้องขังรายต่อไป เป็นระบบหมุนเวียนที่ใช้เงินก้อนเดิมต่อยอดการช่วยเหลือคนรุ่นถัดไป

ความสำคัญของโครงการจึงอยู่ที่การเปลี่ยนวิธีช่วยเหลือ จากการให้เงินครั้งเดียว เป็นการเปิดทางให้ผู้ที่ไม่มีเงินจ่ายค่าปรับได้ใช้แรงงานของตนเองแลกอิสรภาพตามขั้นตอนที่ตรวจสอบได้ ทั้งยังช่วยให้ผู้พ้นโทษไม่หลุดออกจากระบบเศรษฐกิจโดยสิ้นเชิง เพราะหลังออกจากสถานกักขังมีงานรองรับทันที

หลังโพสต์ของ รศ.ดร.ปริญญา เผยแพร่ออกไป มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวนมากเข้ามาแสดงความเห็น ทั้งชื่นชมว่าเป็นโครงการต้นแบบที่ช่วยคนรายได้น้อยให้เข้าถึงโอกาสในกระบวนการยุติธรรม และเสนอให้เปิดช่องทางสนับสนุนกองทุนเพิ่มเติม ขณะเดียวกันมีผู้แสดงความห่วงใยเรื่องความปลอดภัย การคัดกรอง และการดูแลระบบ หากโครงการขยายไปช่วยผู้ต้องขังจำนวนมากขึ้นในอนาคต

บันทึกของ 4 ชีวิตแรกจึงเป็นจุดเริ่มต้นของโมเดลช่วยเหลือผู้ต้องขังที่ไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ โดยอาศัยทั้งเงินตั้งต้น งานรองรับ และความสมัครใจของผู้เข้าร่วม โครงการนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องติดตามผลว่าผู้เข้าร่วมทั้ง 4 คนจะสามารถทำงานคืนเงินเข้ากองทุนได้ครบตามเป้าหมายหรือไม่ รวมถึงจะต่อยอดไปช่วยผู้ต้องขังรายอื่นได้มากเพียงใด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง