ก.อุตฯ มอบของขวัญปีใหม่ จัดมาตรการช่วยลดภาระ ลดต้นทุนผู้ประกอบการเติมสินเชื่อเสริมสภาพคล่องดำเนินธุรกิจ

ก.อุตฯ มอบของขวัญปีใหม่ จัดมาตรการช่วยลดภาระ ลดต้นทุนผู้ประกอบการเติมสินเชื่อเสริมสภาพคล่องดำเนินธุรกิจ
ข่าวสด
25 ธันวาคม 2563 ( 16:02 )
7
ก.อุตฯ มอบของขวัญปีใหม่ จัดมาตรการช่วยลดภาระ ลดต้นทุนผู้ประกอบการเติมสินเชื่อเสริมสภาพคล่องดำเนินธุรกิจ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจัดของขวัญปีใหม่มอบให้ประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระต้นทุนเนื่องในโอกาสปีใหม่ 2564 โดยการยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนเครื่องจักร เพื่อลดภาระ ลดต้นทุนผู้ประกอบการ เป็นเวลา 1 ปี มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 15 วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องจักรในครั้งนี้ประมาณ 2 ล้านบาท แบ่งเป็นการยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต มอก./ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและบริการ ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ค่าทดสอบผลิตภัณฑ์ มอก. S เป็นต้น ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่ 10 ต.ค. 2563-30 เม.ย. 2564 คิดเป็นมูลค่าที่ได้รับการยกเว้นทั้งหมดกว่า 111 ล้านบาท

 

การลดค่าบริการการใช้ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางเคมี ของสถาบันอาหาร โดยลดค่าบริการการใช้ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางเคมี (โลหะหนัก สารหนู ปรอท ยาฆ่าแมลง) จุลชีววิทยา เชื้อก่อโรคที่อาจปนเปื้อนมาในอาหาร /บริการสอบเทียบเครื่องมือวัด ลด 25% จำนวน 250 สิทธิ์ สำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร ร้านอาหารขนาดเล็ก มาตรการกระตุ้นการใช้พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพลดหย่อนภาษี 1.25 เท่า

 

โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ด้วยการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 1.25 เท่า สำหรับผู้ซื้อผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ซื้อคนแรกสามารถนำรายงานการซื้อสินค้า ใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่ม และใบรับรองผลิตภัณฑ์ฯ จาก สศอ. ยื่นขอลดหย่อนภาษีได้ แจกซอฟต์แวร์ฟรีสำหรับเอสเอ็มอีไทย โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จำนวน 29 โปรแกรม ให้ใช้ 6 เดือน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ สนับสนุนการใช้ Business Software and Application เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจอุตสาหกรรม

 

ด้านการเสริมสภาพคล่องการดำเนินธุรกิจด้วยการปล่อยสินเชื่อผ่านสินเชื่อ “เสริมพลัง สร้างอนาคต SME ไทย” วงเงิน 1,000 ล้านบาท ของกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ สำหรับเอสเอ็มอีเพื่อลงทุน ขยาย ปรับปรุง กิจการ หรือเป็นทุนหมุนเวียนสภาพคล่อง กรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท วงเงินสินเชื่อ สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ระยะเวลากู้สูงสุด ไม่เกิน 7 ปี

 

ทั้งนี้ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มอุตสาหกรรม ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เครื่องมือทางการแพทย์ หุ่นยนต์/เครื่องจักรอัตโนมัติ ท่องเที่ยว และ Tech Startup โดยผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งยังมีโครงการสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยต้องยื่นคำขอภายใน 31 มี.ค. 2564

 

สำหรับลูกหนี้เดิมที่ชำระเงินปกติ พักชำระเงินต้นไม่เกิน 12 เดือน โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ย และขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ ไม่เกิน 12 เดือน ส่วนลูกหนี้เดิมที่ค้างชำระไม่เกิน 3 งวด : พักชำระเงินต้น ไม่เกิน 6 เดือน โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ย และขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ ไม่เกิน 6 เดือน ลูกค้ารายใหม่ที่เป็นอุตสาหกรรมรายย่อย ในวงเงิน 100,000 บาท ขึ้นไป ได้สิทธิพักชำระเงินต้น ไม่เกิน 6 เดือน โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี

 

สินเชื่อ “จ่ายดี มีเติม” โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) สำหรับลูกค้าเดิมที่มีประวัติชำระหนี้ดีจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2563 ธนาคารเติมทุนเสริมสภาพคล่องให้เพิ่มเติม สูงสุดเท่ากับวงเงินสินเชื่อเดิม และขยายเวลาพักชำระหนี้สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย

 

ด้านการพัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการ โดยศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ด้วยบริการฟรีออกแบบบรรจุภัณฑ์ ฉลาก สติกเกอร์ พร้อมจัดทำต้นแบบ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำกลยุทธ์และเทคนิคการตลาดออนไลน์ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ บริการประเมินและวินิจฉัยเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยสถาบันไทย-เยอรมัน ช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยการเข้าประเมินที่โรงงาน และให้การวินิจฉัยและคำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 1 Man/Day โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

 

ในส่วนของการดูแลเกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศ ผ่านโครงการเพื่อเกษตรกรชาวไร่อ้อยจัดซื้อเครื่องสางใบอ้อยมาให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้ยืม ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในการตัดอ้อยสด ซึ่งสามารถติดต่อขอยืมได้ที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทรายภาค ที่ 1-4 และขยายระยะเวลาชำระคืนหนี้เงินกู้ของโครงการส่งเสริมสินเชื่อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร ปี 2562-2564 และพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 1 ปี

 

โครงการเหมืองแร่ปลอดภัย ห่วงใยประชาชนปีที่ 4 โดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพของประชาชน ตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถตรวจสุขภาพประชาชนโดยรอบสถานประกอบการเหมืองแร่ได้ไม่น้อยกว่า 30,000 คน พร้อมมอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียนให้กับชุมชนรอบเหมือง และระบบประเมินคุณภาพผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (e-QR) โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ว่า สินค้าดี มีคุณภาพและได้มาตรฐานหรือไม่ พร้อมทั้งสามารถให้ข้อคิดเห็นหรือร้องเรียนในกรณีที่สินค้าไม่เป็นไปตามมาตรฐานได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง