รีเซต

MINT ขึ้นเจ้าของบอนชอน โกยกำไรทันทีปีละ 100 ล้าน

MINT ขึ้นเจ้าของบอนชอน โกยกำไรทันทีปีละ 100 ล้าน
ทันหุ้น
13 สิงหาคม 2569 ( 02:10 )
3

            นายชัยพัฒน์  ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT แจ้งว่า บริษัท MFG International Holding (Singapore) Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้เข้าลงทุนซื้อหุ้น 100% ในบริษัท บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม การเข้าลงทุนในครั้งนี้ มีมูลค่ารายการสุทธิรวม 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,650 ล้านบาท โดยคาดว่าดีลจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนสิงหาคม 2569 ใช้เงินกู้ในการดำเนินธุรกรรมครั้งนี้

ส่งผลให้ Bonchon International เป็นบริษัทลูก MINT โดยบริษัทจะเข้าถือครองทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของแบรนด์ Bonchon และสามารถเก็บรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ (Royalty) และค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ได้โดยตรง ในทุกพื้นที่ทั่วโลก ยกเว้นทวีปอเมริกา

            ปัจจุบัน Bonchon มีสาขานอกทวีปอเมริกาอยู่ประมาณ 500 แห่ง ในประเทศต่างๆ เช่น ไทย, กัมพูชา, เวียดนาม และฟิลิปปินส์

            บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง  จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อดีลนี้เนื่องจากเป็นโมเดลธุรกิจแบบ Asset-Light ที่สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ค่าลิขสิทธิ์ และยอดขายซอส โดย MINT ระบุว่า จะช่วยเพิ่มกำไรให้ MINT ได้ทันที จากข้อมูในปี 2567 มีอีบิทดามาร์จิ้นสูงถึงประมาณ 25% และมีรายได้จากแฟรนไชส์ มากกว่า 50% ของรายได้ จึงประเมินเบื้องต้นว่าเงินลงทุนของ MINT สะท้อนมูลค่า ราว 9-10 เท่า อิบิทด้าของธุรกิจ และอาจเพิ่มกำไร สุทธิได้ราว 100 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 1% ของกำไรในปี 2570 ยังมี อัพไซด์สำคัญจากการขยายสาขาจาก 500 สาขา ไปสู่ 700-1,000 แห่งในระยะกลางถึงยาว ซึ่งจะทำให้รายได้จากการขายซอสและค่ารอยัลตี้เติบโตขึ้นอย่างมากโดยใช้เงินลงทุนเพิ่มเพียงจำกัด

            ก่อนหน้านี้ปี 2563  MINT ได้เข้าลงทุนในสัดส่วน 70% ใน Spoonful Pte. Ltd. ประเทศสิงคโปร์ (Spoonful SG) และ บริษัท สพูนฟูล (ประเทศไทย) จำกัด (Spoonful TH) บริษัท สพูนฟูล (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยเงินลงทุน 2,483 ล้านบาท เพื่อรับสิทธิเป็นผู้ดำเนินการร้านอาหารและเจ้าของสิทธิ์แฟรนไชส์ Bonchon ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว

            การเข้าซื้อ Bonchon International ในครั้งนี้จึงเป็นการขยับสถานะของ Minor Food จากการเป็นเพียง Master Franchisee สู่การเป็น Global Brand Owner อย่างเต็มตัว

            ด้านผลประกอบการ MINT รายงานกำไรหลักในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 3.51 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยธุรกิจโรงแรม (สัดส่วน 81% ของรายได้) รายได้เพิ่มขึ้น 1% YoY โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ที่เพิ่มขึ้น 3% YoY โดยเฉพาะผลการดำเนินงานในยุโรป ละตินอเมริกา และไทยที่ปรับตัวดีขึ้น ธุรกิจอาหาร (19% ของรายได้)ยอดขายโดยรวมเติบโตแข็งแกร่งถึง 6% YoY แม้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะลดลงเล็กน้อย 0.3% แต่ยอดขายในจีนเติบโตโดดเด่นถึง 7.7% และในไทยเพิ่มขึ้น 1.6%  ประเมินแนวโน้มไตรมาส 3/2569 คาดว่ากำไรหลักจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงแรมในยุโรปและไทย รวมถึงธุรกิจอาหาร แต่จะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ตามฤดูกาลในยุโรป โดย MINT มีโรงแรมในพอร์ตกว่า 520 แห่ง และร้านอาหารกว่า 2,600 สาขาทั่วโลก ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" MINT โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 35.00 บาท 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง