รีเซต

ทำไม "สหรัฐ" ขู่ใช้ "เวเนซุเอลา" โมเดล เตรียมยึด "น้ำมันอิหร่าน" กลางสงคราม

ทำไม "สหรัฐ" ขู่ใช้ "เวเนซุเอลา" โมเดล เตรียมยึด "น้ำมันอิหร่าน" กลางสงคราม
TNN ช่อง16
30 มีนาคม 2569 ( 10:35 )
8

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่า เขาสามารถยึดน้ำมันในอิหร่านและเข้าควบคุมเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่านได้ ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 แล้ว

ทรัมป์กล่าวกับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์เมื่อวันอาทิตย์ (29 มี.ค.) ว่า สิ่งที่เขาต้องการคือการเข้ายึดน้ำมัน โดยเปรียบเทียบกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาเมื่อช่วงต้นปี ภายหลังการจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ซึ่งสหรัฐฯ สามารถเข้าควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาต่อมา

ถ้อยแถลงดังกล่าวของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 แล้ว โดยการโจมตีได้ขยายวงกว้างไปทั่วภูมิภาค ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน และผลักดันราคาน้ำมันดิบให้พุ่งสูงขึ้น

ด้านวอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อคืนวันเสาร์ (28 มี.ค.) ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการสู้รบภาคพื้นดินที่อาจเกิดขึ้นในอิหร่านเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ในขณะที่กองกำลังทหารสหรัฐฯ หลายพันนายเดินทางมาถึงภูมิภาคดังกล่าวแล้ว

สัญญาณของการยกระดับความรุนแรงปรากฏชัดยิ่งขึ้นเมื่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในภูมิภาคตกเป็นเป้าโจมตี โดยทางการคูเวตระบุผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อเช้านี้ (30 มี.ค.) ว่า อาคารบริการ ณ โรงไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล (desalination plant) ได้รับความเสียหายจากการโจมตีเมื่อเย็นวันอาทิตย์ ส่งผลให้มีคนงานเสียชีวิต 1 ราย

ทางการคูเวตระบุว่า โรงงานดังกล่าวตกเป็นเป้าหมายโจมตี ซึ่งคูเวตระบุว่าถือเป็นส่วนหนึ่งของการที่อิหร่านรุกรานคูเวต โดยกระทรวงฯ ระบุว่า คนงานที่เสียชีวิตเป็นชาวอินเดีย

ทั้งนี้ มีการส่งทีมฉุกเฉินเข้าพื้นที่ทันทีเพื่อควบคุมความเสียหายและรักษาการดำเนินงาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงเพื่อดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ ด้านทางการคูเวตระบุว่า เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าระบบไฟฟ้าและน้ำประปาของคูเวตยังคงมีเสถียรภาพ และได้เริ่มใช้แผนสำรองเพื่อให้สามารถจ่ายไฟฟ้าและน้ำได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ โรงงานผลิตน้ำจืดในอ่าวเปอร์เซียถือเป็นแหล่งผลิตน้ำดื่มสำคัญของภูมิภาค ทำให้สถานที่เหล่านี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและเป็นเป้าหมายที่อ่อนไหวอย่างยิ่งหากเกิดการยกระดับความรุนแรงใด ๆ

ขณะเดียวกันในการซื้อขายช่วงเปิดตลาดของราคาอะลูมิเนียมในตลาดค้าโลหะลอนดอน (LME) เพิ่มขึ้นถึง 6% แตะระดับ 3,492 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ในขณะที่หุ้นของบรรดาบริษัทผู้ผลิตอะลูมิเนียมในออสเตรเลียต่างก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

บริษัท เอมิเรตส์ โกลบอล อะลูมิเนียม (Emirates Global Aluminium PJSC) ผู้ผลิตอะลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง แถลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 มี.ค.) ว่า โรงงานในกรุงอาบูดาบีได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทางด้านบริษัท อะลูมิเนียม บาห์เรน (Aluminium Bahrain) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ก็ได้แจ้งว่ากำลังเร่งประเมินความเสียหายที่โรงงานของบริษัท

ทั้งนี้ ภัยสงครามในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้ราคาอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นโลหะสำคัญในการผลิตรถยนต์ เครื่องบิน และแผงโซลาร์เซลล์นั้นทะยานสูงขึ้นอยู่ก่อนแล้ว เพราะบรรดาโรงถลุงโลหะในแถบนั้นไม่สามารถส่งออกสินค้าหรือนำเข้าวัตถุดิบได้ การโจมตีระลอกล่าสุดนี้ยิ่งเสี่ยงที่จะซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลง เพราะอาจทำให้อุปทานขาดช่วงยาวนานขึ้นไปอีก ต่อให้มีการเปิดเส้นทางสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งก็ตาม

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง