รีเซต

PTT กำไรไตรมาส 2 แตะ  52,525 ล้านบาท 143.9% ราคาน้ำมันสูงหนุนทุกธุรกิจ

PTT กำไรไตรมาส 2 แตะ  52,525 ล้านบาท 143.9% ราคาน้ำมันสูงหนุนทุกธุรกิจ
ทันหุ้น
13 สิงหาคม 2569 ( 18:26 )

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #PTT กำไรไตรมาส 2 แตะ  52,525 ล้านบาท 143.9% ราคาน้ำมันสูงหนุนทุกธุรกิจ

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 52,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143.9% YoY,  104.1% QoQ จากทั้งช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อน จากแรงหนุนของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการควบคุมต้นทุน ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นเพิ่มเป็น 1.85 บาท จาก 0.76 บาทในปีก่อนและ 0.91 บาทในไตรมาสก่อน 

รายได้จากการขายไตรมาส 2 อยู่ที่ 830,389 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.7% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 15.5% จากไตรมาสก่อน ตามราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันโลก แม้ว่าปริมาณขายบางส่วนลดลงจากระดับสต็อกน้ำมันในประเทศที่ยังสูงและข้อจำกัดด้านการส่งออก โดยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ปิโตรเคมีและการกลั่น น้ำมันและการค้าปลีก รวมถึงธุรกิจก๊าซ เป็นกลุ่มหลักที่หนุนรายได้ 

EBITDA ไตรมาส 2 อยู่ที่ 147,792 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.9% จากปีก่อน แต่ลดลง 20.4% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ EBITDA รวมการปรับปรุงผลกระทบจากการป้องกันความเสี่ยงอยู่ที่ 156,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94.1% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 34.9% จากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่มีรายได้เพิ่มขึ้นตามปริมาณและราคาขายเฉลี่ย รวมถึงธุรกิจก๊าซที่มีกำไรขั้นต้นดีขึ้นจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นยังเผชิญแรงกดดันจากผลขาดทุนสต็อกน้ำมันประมาณ 21,700 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2569 เทียบกับกำไรสต็อกประมาณ 46,000 ล้านบาทในไตรมาสก่อน แม้ค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) จะปรับดีขึ้นตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปกับน้ำมันดิบ  

สำหรับงวดครึ่งแรกปี 2569 PTT มีกำไรสุทธิ 78,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.5% จากปีก่อน จากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 12.5% เป็น 1,549,118 ล้านบาท และ EBITDA รวมการป้องกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 55.5% เป็น 272,181 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากกำไรสต็อกน้ำมันประมาณ 24,300 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสต็อกประมาณ 5,700 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน  

ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 91.2 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 26.8% จากปีก่อน ขณะที่ค่าเงินบาทเฉลี่ยแข็งค่าขึ้นเป็น 32.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐจาก 33.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน อย่างไรก็ดี กลุ่ม PTT ระบุว่ามีการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนผ่าน Natural Hedge ซึ่งช่วยจำกัดผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าได้ในระดับหนึ่ง  

บริษัทระบุว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเสถียรภาพด้านอุปทานพลังงานและความผันผวนของราคาน้ำมันโลก พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของธุรกิจไฮโดรคาร์บอน ขยายธุรกิจ LNG และเร่งใช้ Digital Tools และ AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ภายใต้แนวคิด Energy Trilemma ที่เน้นความมั่นคงทางพลังงาน ความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืนควบคู่กัน  

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 PTT มีสินทรัพย์รวม 3.52 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 1.74 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.78 ล้านล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นและผลต่างการแปลงค่างบการเงินจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง