รีเซต

M กำไรไตรมาส 2 ที่  221 ล้านบาท ลดลง 19.7%  แม้รายได้โต 10.6% เคาะปันผล 0.40 บาท

M กำไรไตรมาส 2 ที่  221 ล้านบาท ลดลง 19.7%  แม้รายได้โต 10.6% เคาะปันผล 0.40 บาท
ทันหุ้น
13 สิงหาคม 2569 ( 17:39 )
1

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #M กำไรไตรมาส 2 ที่  221 ล้านบาท ลดลง 19.7%  แม้รายได้โต 10.6% เคาะปันผล 0.40 บาท

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 221 ล้านบาท ลดลง 19.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 10.6% เป็น 4,196 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการขยายสาขาแบรนด์ “โบนัส สุกี้” ซึ่งเป็นร้านสุกี้บุฟเฟต์ที่เริ่มเปิดดำเนินการในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 และยังขยายสาขาต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ลดลง 3.8% โดยเฉพาะเดือนมิถุนายนที่ชะลอตัวจากฐานสูงในปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่เอ็มเค สุกี้จัดโปรโมชั่นบุฟเฟต์ “คุ้มเกินคุ้ม” ราคา 299 บาทเป็นครั้งแรก และได้รับการตอบรับสูง นอกจากนี้บริษัทไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จำกัดสิทธิ์เฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย ส่งผลให้จำนวนลูกค้าเข้าใช้บริการลดลงในบางช่วง

กำไรขั้นต้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 2,591 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 61.8% จาก 65.2% ในปีก่อน เนื่องจากการรุกตลาดบุฟเฟต์ผ่านโปรโมชั่น “คุ้มเกินคุ้ม” และการขยายสาขาโบนัส สุกี้ ซึ่งมีโครงสร้างต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าโมเดลร้านอาหารปกติ อีกทั้งต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งปรับเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองสูงขึ้นต่อเนื่อง

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.2% เป็น 2,414 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้นตามการเปิดสาขาใหม่ของโบนัส สุกี้ แม้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเหลือ 56.2% จาก 57.0% ในปีก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายบางส่วนเป็นต้นทุนคงที่

สำหรับงวดครึ่งแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 8,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% ขณะที่ SSSG ลดลง 0.3% ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 385 ล้านบาท ลดลง 24.5% จากปีก่อน สะท้อนแรงกดดันด้านมาร์จิ้นที่ยังต่อเนื่อง

โครงสร้างรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกยังมาจากแบรนด์เอ็มเค สุกี้เป็นหลักคิดเป็น 63% รองลงมาคือยาโยอิ 16% โบนัส สุกี้ 12% แหลมเจริญซีฟู้ด 5% และอื่น ๆ 4% ขณะที่รายได้จากการรับประทานในร้าน (Dine-in) ยังเป็นช่องทางหลักคิดเป็น 87% ของรายได้รวม

ฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 18,683 ล้านบาท ลดลง 1.8% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง 365 ล้านบาท และสินทรัพย์ทางการเงินอื่นลดลง 222 ล้านบาท ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 5,481 ล้านบาท ลดลง 4.5% จากการลดลงของหนี้สินตามสัญญาเช่าและเจ้าหนี้การค้า ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 13,203 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากการจ่ายเงินปันผลประจำปี

คณะกรรมการบริษัทมีมติเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม-30 มิถุนายน 2569 ในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 สิงหาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับปันผลวันที่ 27 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 กันยายน 2569

***“เอ็มเค กรุ๊ป” ไตรมาส 2/2569 ชู “โบนัสสุกี้” หนุนรายได้โต 10%***

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M และบริษัทย่อย รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 4,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 8,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการขยายสาขาของแบรนด์ “โบนัสสุกี้” และ MK Buffet ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับที่ดีและสร้างการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 แม้บริษัทสามารถสร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ธุรกิจร้านอาหารยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่อยู่ในระดับสูง ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าขนส่ง และวัสดุสิ้นเปลือง ขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การบริหารอัตรากำไรยังคงเป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนถึงทิศทางการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และผลจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ “โบนัสสุกี้” ซึ่งเริ่มดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ยังคงเป็นหนึ่งใน Growth Engine สำคัญของกลุ่มบริษัท ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ สามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้ในพอร์ตโฟลิโอขึ้นมาอยู่ที่ 12% จากการขยายสาขาและการได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภค ปัจจุบันมีจำนวน 39 สาขา และยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในตลาด Budget Buffet ที่มีศักยภาพ

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในไตรมาส 3 บริษัทคาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากการทำตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขายของแบรนด์ MK Restaurants โดยเฉพาะแคมเปญ “MK บุฟเฟต์ คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” ซึ่งมุ่งสร้างความคุ้มค่าและกระตุ้นความถี่ในการใช้บริการของลูกค้ากับ “MK Subscription” แพ็กเกจเหมาจ่ายรายเดือนรูปแบบใหม่ที่เปิดตัวในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลการตลาดที่เข้ามาสร้างสีสันจนกลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล รวมทั้งการพลิกโฉมของแหลมเจริญ ซึ่งเป็นการวางแผนการเติบโตระยะยาวให้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงเดินหน้ากลยุทธ์สร้างการเติบโตผ่านการบริหารพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในหลากหลายเซกเมนต์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้และผลประกอบการอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง