ดาวพฤหัสบดีขนาดเล็กลง ? ข้อมูลใหม่จากยานจูโนอาจทำให้เราต้องแก้ตำราเรียนใหม่

วงการดาราศาสตร์อาจต้องเตรียมแก้ตำราเรียนใหม่ เมื่อนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าดาวพฤหัสบดี ดาวเคราะห์พี่ใหญ่ประจำระบบสุริยะ แท้จริงแล้วมีขนาดเล็กกว่าที่เราเคยเข้าใจจากการวัดผลครั้งล่าสุดที่แม่นยำที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ข้อมูลใหม่ขัดแย้งตำราเดิมตามตำราเรียนปัจจุบัน ดาวพฤหัสบดีมีเส้นผ่านศูนย์กลางบริเวณเส้นศูนย์สูตรอยู่ที่ 88,846 ไมล์ หรือ 142,984 กิโลเมตร และวัดจากขั้วเหนือถึงขั้วใต้อยู่ที่ 83,082 ไมล์ หรือ 133,708 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลใหม่ระบุว่าขนาดบริเวณเส้นศูนย์สูตรนั้นสั้นลงกว่าเดิมประมาณ 5 ไมล์ หรือ 8 กิโลเมตร และขนาดจากขั้วถึงขั้วสั้นลงถึง 15 ไมล์ หรือ 24 กิโลเมตร
ศาสตราจารย์ โยไฮ คาสปิ (Yohai Kaspi) จากสถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์มันน์ (Weizmann Institute) ประเทศอิสราเอล กล่าวว่า "ตำราเรียนจำเป็นต้องได้รับการอัปเดต ขนาดของดาวพฤหัสบดีไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป แต่เป็นวิธีการวัดของเราต่างหากที่เปลี่ยนไป"
เบื้องหลังการค้นพบ การค้นพบครั้งนี้เป็นผลงานของยานอวกาศจูโน (Juno) ของ NASA ซึ่งโคจรรอบดาวพฤหัสบดีมาตั้งแต่ปี 2016 ความแตกต่างสำคัญ คือ ข้อมูลเดิมที่เราใช้กันอยู่นั้นมาจากการวัดเพียง 6 จุดข้อมูลจากภารกิจเก่าอย่างยานไพโอเนียร์ 10 และ 11 รวมถึงยานวอยเอเจอร์ 1 และ 2 แต่ยานจูโนสามารถเก็บข้อมูลการวัดผลเพิ่มได้อีกถึง 26 จุด เทคนิคที่ใช้ในการวัดครั้งนี้อาศัยจังหวะที่ยานจูโนโคจรผ่านไปด้านหลังของดาวพฤหัสบดีเมื่อมองจากโลก และส่งสัญญาณวิทยุกลับมา
มาเรีย สเมียร์โนวา (Maria Smirnova) จากสถาบันไวซ์มันน์ อธิบายว่า "ทีมงานติดตามดูการหักเหของสัญญาณวิทยุขณะผ่านชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัสบดี ซึ่งข้อมูลนี้ถูกนำมาแปลผลเป็นแผนที่อุณหภูมิและความหนาแน่น ทำให้ได้ภาพรูปทรงและขนาดของดาวที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา"
ทำไมขนาดที่หายไปเพียงเล็กน้อยถึงสำคัญ?
แม้ตัวเลขที่ลดลงเพียงไม่กี่กิโลเมตรอาจดูเหมือนน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดมหึมาของดาวพฤหัสบดี แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์แล้ว มันคือเรื่องใหญ่มากในการสร้างแบบจำลองโครงสร้างภายในของดาว
อีไล กาลานตี (Eli Galanti) หัวหน้าทีมวิจัยระบุว่า "การปรับแก้รัศมีของดาวเพียงเล็กน้อยทำให้แบบจำลองภายในของดาวพฤหัสบดีสอดคล้องกับข้อมูลแรงโน้มถ่วงและการวัดชั้นบรรยากาศได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งเรารู้จักดาวพฤหัสบดีซึ่งถือเป็นมาตรฐานของดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ได้ดีเท่าไร นักดาราศาสตร์ก็จะยิ่งเข้าใจดาวเคราะห์ก๊าซดวงอื่นๆ ทั้งในระบบสุริยะและดาวเคราะห์รอบดาวฤกษ์ดวงอื่นได้ดีขึ้นเท่านั้น"
ผลงานวิจัยฉบับเต็มได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
