รีเซต

จุฬาฯ จับมือ National Geographic ส่งจุลินทรีย์ปะการังไทยสู่อวกาศ

จุฬาฯ จับมือ National Geographic ส่งจุลินทรีย์ปะการังไทยสู่อวกาศ
TNN ช่อง16
19 ตุลาคม 2569 ( 18:07 )
2

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (National Geographic Society) เดินหน้าความร่วมมือด้านวิชาการและงานวิจัยระดับนานาชาติ เปิดตัวโครงการนำจุลินทรีย์จากปะการังไทยขึ้นไปทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ในปี 2570 เพื่อศึกษาการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตภายใต้สภาวะสุดขั้ว และนำองค์ความรู้มาพัฒนาแนวทางอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล

ความร่วมมือดังกล่าวเปิดเผยภายในงานเสวนา Chula the Impact ครั้งที่ 43 ภายใต้หัวข้อ “จุฬาฯ ผนึก National Geographic สำรวจประเทศไทย สร้างการเปลี่ยนแปลงสู่ระดับโลก” (Chula x National Geographic: Exploring Thailand, Impacting the World) จัดโดยศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 11.00–12.00 น. ณ ห้อง 111 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์

จุฬาฯ ผลักดันงานวิจัยไทยสู่เวทีนานาชาติ

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดงานและร่วมแสดงวิสัยทัศน์กับ Dr. Jill Tiefenthaler ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ถึงโอกาสในการเชื่อมโยงศักยภาพของนักวิจัยไทยกับเครือข่ายนักสำรวจระดับโลก

อธิการบดีจุฬาฯ ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายผลักดันผลงานวิชาการและองค์ความรู้จากประเทศไทยให้ได้รับการเผยแพร่ในระดับนานาชาติ พร้อมส่งเสริมการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

ด้าน Dr. Jill Tiefenthaler กล่าวถึงบทบาทของ National Geographic Society ในการสนับสนุนการสำรวจและทดลองแนวคิดใหม่ โดยมองว่าความรู้ที่ช่วยรักษาระบบนิเวศบนโลกอาจเกิดขึ้นจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ในอวกาศ ซึ่งอยู่เหนือพื้นโลกประมาณ 250 ไมล์ หรือราว 400 กิโลเมตร

เตรียมส่งจุลินทรีย์จากปะการังแสมสารสู่อวกาศปี 2570

หนึ่งในประเด็นสำคัญของงานคือการเปิดตัวโครงการวิจัย “L³: Little Living Lab” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก National Geographic Society ร่วมกับ Brinson Exploration Hub แห่งสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (Caltech)

ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ และนักสำรวจ National Geographic เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวจะนำนักสำรวจจาก 3 ประเทศร่วมศึกษาสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจากระบบนิเวศที่แตกต่างกัน ได้แก่

  • ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ จากประเทศไทย ศึกษาจุลินทรีย์ที่อาศัยร่วมกับปะการัง
  • กาเบรียล คอร์ราดิโน จากสหรัฐอเมริกา ศึกษาแพลงก์ตอนพืชในทะเล
  • มูลา มูตอนโด จากประเทศแซมเบีย ศึกษาสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินจากพื้นที่เหมืองแร่

โครงการมีกำหนดส่งตัวอย่างสิ่งมีชีวิตขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติในช่วงฤดูร้อนปี 2570 เพื่อทดลองเป็นระยะเวลา 50 วัน โดยศึกษาการตอบสนองต่อสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำและรังสีในอวกาศ นับเป็นแผนการส่งตัวอย่างชีวภาพจากประเทศไทยไปทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติเป็นครั้งแรกโดยนักวิทยาศาสตร์ไทย

สำหรับตัวอย่างจากประเทศไทย นักวิจัยเลือกใช้แบคทีเรีย Pseudoalteromonas sp. ซึ่งแยกได้จากปะการังบริเวณหมู่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี พื้นที่ดำเนินงานอนุรักษ์ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ร่วมกับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองทัพเรือ

ที่ผ่านมา คณะนักวิจัยจุฬาฯ ศึกษาการอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการังในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างปะการังกับจุลินทรีย์ที่อาศัยร่วมกัน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพและความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม

ใช้อวกาศเป็นห้องทดลอง ศึกษาความทนทานของจุลินทรีย์

การทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติจะศึกษาการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย การสร้างไบโอฟิล์ม การสร้างสารสี การทำงานของเอนไซม์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพภายใต้สภาวะสุดขั้ว

นักวิจัยคาดหวังว่าข้อมูลที่ได้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการปรับตัวของจุลินทรีย์ และนำไปสู่แนวทางเสริมความทนทานของปะการังต่ออุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นและภาวะมหาสมุทรเป็นกรด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล

ศ.ดร.สุชนา อธิบายว่า แม้การทดลองจะดำเนินการในอวกาศ แต่เป้าหมายสำคัญคือการนำความรู้กลับมาใช้ดูแลระบบนิเวศบนโลก โดยเฉพาะการทำความเข้าใจบทบาทของจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่อาจมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการอยู่รอดของปะการังท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ใช้เทคโนโลยี Nanolab ทดลอง 50 วัน ก่อนวิเคราะห์ผลหลายเดือน

ด้าน รศ.ดร.นราพร สมบูรณ์นะ จากภาควิชาจุลชีววิทยา ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางมัลติโอมิกส์เพื่อผลิตภัณฑ์เชิงฟังก์ชันฯ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตจะถูกบรรจุในโมดูลทดลองขนาดเล็กที่เรียกว่า “Nanolab” ซึ่งออกแบบโดย Caltech และติดตั้งภายในตู้ “Nanode” ของบริษัท Voyager Technologies

นักศึกษาจาก Caltech ยังมีส่วนร่วมออกแบบอุปกรณ์จ่ายพลังงานและระบบติดตามการทดลอง เพื่อให้สามารถศึกษาตัวอย่างชีวภาพระหว่างอยู่บนสถานีอวกาศได้

หลังสิ้นสุดการทดลอง 50 วัน และตัวอย่างเดินทางกลับมายังโลก คณะนักวิจัยจะใช้เวลาอีกหลายเดือนในการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพ ก่อนนำผลการศึกษาไปประยุกต์ใช้กับแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยอาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน หรือ Nature-based Solutions

ผนึกนักวิจัย 3 ประเทศ ศึกษาทั้งปะการัง แพลงก์ตอน และสาหร่าย

นอกจากงานวิจัยปะการังไทย โครงการ L³: Little Living Lab ยังครอบคลุมการศึกษาสิ่งมีชีวิตอีก 2 กลุ่ม

กาเบรียล คอร์ราดิโน จากวิทยาลัยบาร์นาร์ด มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา จะศึกษาแพลงก์ตอนพืช 4 กลุ่ม ได้แก่ Synechococcus, Thalassiosira, Skeletonema และ Phaeodactylum ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อห่วงโซ่อาหารในทะเลและการผลิตออกซิเจน

ขณะที่ มูลา มูตอนโด จากมหาวิทยาลัยคอปเปอร์เบลต์ ประเทศแซมเบีย จะศึกษาสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน Anabaena sp. ที่พบในพื้นที่เหมืองแร่ซึ่งมีโลหะปริมาณสูง เพื่อศึกษาความสามารถในการปรับตัวและการตรึงไนโตรเจน อันอาจนำไปสู่การพัฒนาปุ๋ยที่ยั่งยืนสำหรับภาคการเกษตรในอนาคต

สำหรับการเสวนาครั้งนี้ มี ผศ.ดร.เจษฎา ศาลาทอง จากภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ทำหน้าที่ดำเนินรายการในหัวข้อ “อวกาศช่วยกอบกู้แนวปะการังได้หรือไม่? นำงานวิจัยปะการังของไทยสู่สถานีอวกาศนานาชาติ”

ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับ National Geographic Society ถือเป็นอีกก้าวของการขยายเครือข่ายวิจัยไทยสู่ระดับนานาชาติ โดยมีแผนการทดลองบนสถานีอวกาศในปี 2570 เป็นภารกิจสำคัญที่ต้องติดตาม ก่อนนำผลการศึกษามาต่อยอดพัฒนาแนวทางอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง