รีเซต

รู้จัก Echo Chamber กับดักทางการเมือง ทำไมพรรคที่เราเชียร์ถึงแพ้ ทั้งที่คนรอบตัวก็คิดเหมือนกัน ?

รู้จัก Echo Chamber กับดักทางการเมือง ทำไมพรรคที่เราเชียร์ถึงแพ้ ทั้งที่คนรอบตัวก็คิดเหมือนกัน ?
TNN ช่อง16
9 กุมภาพันธ์ 2569 ( 13:11 )
10

ทำไมพรรคที่เราเชียร์ไม่ชนะ แล้วพรรคนี้มาได้ยังไง ทั้ง ๆ ที่คนรอบข้างเราก็ไม่ได้เลือก 


รู้ไหมว่า เราอาจกำลังตกอยู่ในวังวน Echo Chamber จนมองข้ามความเห็นต่าง และภาพความเป็นจริง 


Echo Chamber คืออะไร ?


Echo Chamber หรือ ห้องเสียงสะท้อน เป็นปรากฎการณ์ความเชื่อ หรือ มุมมองของบุคคล ที่ถูกตอกย้ำให้แข็งแรงขึ้น จากการได้รับข้อมูลที่สอดคล้องกับความเห็นเดิมของตน 


อธิบายง่าย ๆ ก็คือ ความเชื่อของเรา ถูกพูดซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ ในกลุ่มคนที่คิดเหมือนกัน จนทำให้เรามั่นใจว่า สิ่งที่เราเชื่อ หรือ สิ่งที่เราคิดเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด หรือ ใคร ๆ ก็คิดแบบเดียวกับฉันทั้งนั้น จนเริ่มไม่เปิดใจฟังมุมมองที่แตกต่าง นำไปสู่การแบ่งขั้วที่สุดโต่ง โดยเฉพาะมุมมองทางการเมือง


ปรากฎการณ์ Echo Chamber ยิ่งเห็นเด่นชัดมากขึ้นในยุคโซเชียลมีเดีย เพราะอัลกอริทึ่มมักคัดแต่เนื้อหาที่เรารู้สึกเห็นด้วย หรือ สนใจ และถึงแม้หน้าฟีดเราจะมีโพสต์ที่เห็นต่างไปจากเรา เราก็สามารถเลือกที่จะ Mute หรือ Block ผู้ใช้งานนั้นไปได้ ยิ่งส่งผลให้เราตกอยู่ในวงจรของ Echo Chamber มากขึ้นไปอีก


เมื่อเรารับแต่ความเห็นด้านเดียวซ้ำ ๆ สิ่งที่ตามคือ ความคิดและมุมมองของเราก็จะค่อย ๆ แคบลง และเต็มไปด้วยอคติต่อกลุ่มที่เห็นต่าง นานวันเข้าก็จะกลายเป็นความเกลียดชัง หรือ ด้อยค่าอีกฝ่ายได้ 

คนอื่นก็คิดเหมือนเรา ≠ ความจริง


Echo Chamber มักถูกกล่าวว่า เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ 


หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นชัดสุด คือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2016 ระหว่าง ฮิลลารี คลินตัน และโดนัลด์ ทรัมป์ ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง  ผลโพลหลายสำนักชี้ว่า คลินตันมีแนวโน้มชนะสูง จากการดีเบตตามเวทีต่าง ๆ และทรัมป์เป็นฝ่ายแพ้เสมอ


ถึงกระนั้น กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์เลือกจะใช้โซเชียลมีเดีย เป็นเครื่องมือหลัก เพื่อสื่อสาร และขยายข้อความของทรัมป์ ส่งผลให้กลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่า จะเลือกใครดี เห็นข้อมูลเพียงด้านเดียวจากฝั่งรีพับลิกัน เลยตัดสินใจเทคะแนนให้ทรัมป์ จนสามารถคว้าชัยชนะเลือกตั้งครั้งนั้นได้ 


ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล อธิบายว่า Echo Chamber สามารถทำให้เราเข้าใจผิดต่อกระแสทางการเมืองได้ เพราะเมื่อ Voter รู้สึกว่า มีข้อมูลผู้สนับสนุนพรรคที่เราชอบหลั่งไหลเข้ามาท่วมท้น เลยทำให้เราเชื่อไปเองได้ว่า กระแสของพรรคที่เราเชียร์มาแรงแน่นอน และจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ทั้งที่ความเป็นจริง อาจเป็นเพียงมุมมองทางด้านเดียวที่เราได้รับซ้ำ ๆ เท่านั้น 


นอกจากนี้ ดร.พรพรรณ ยังชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมใหม่ของสังคมที่น่าสนใจคือ คือการที่บางกลุ่มพึงพอใจที่จะอยู่ในวงจรของ Echo Chamber โดยเลือกที่จะเพิกเฉย หรือ ไม่สนใจข้อมูลจากคนเห็นต่างเลย ซึ่งอาจก่อให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงในอนาคตได้ 


ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ กรณีทรัมป์ที่ไม่ยอมรับผลเลือกตั้งเมื่อปี 2020 จนนำไปสู่เหตุจลาจล โดยผู้สนับสนุนจำนวนมากที่อยู่ใน Echo Chamber เดียวกัน เลือกที่จะเชื่อและสนับสนุนแนวคิดและการกระทำรุนแรงดังกล่าวอย่างเต็มที่

เราจะออกจากวงจร Echo Chamber ได้อย่างไร ?


บทความจากเว็บไซต์ Wired แนะนำวิธีการออกจากวังวน Echo Chamber ดังนี้ 


1. ตั้งสติทุกครั้งที่รู้สึกว่า “ข้อมูลนี้โดนใจมาก”


ถ้าข่าวหรือโพสต์ไหนทำให้เรารู้สึกสะใจ โกรธ หรือมั่นใจสุด ๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าอัลกอริทึมกำลังป้อนสิ่งที่ เราอยากเชื่อ ไม่ใช่สิ่งที่ จำเป็นต้องรู้ ลองหยุดถามตัวเองว่า มีมุมอื่นที่เราไม่เคยเห็นไหม ?


2. เปิดรับฟังข้อมูลจากฝั่งเห็นต่างอย่างตั้งใจ 


ไม่จำเป็นต้องเชื่อ แต่ควรฟังจากคนที่เห็นต่างเราว่า เขาใช้เหตุผลอะไรในการเชื่อสิ่งเหล่านี้ 


3. ไม่ควรกดไลก์ หรือ แชร์ตามอารมณ์ทันที 


เพราะทุกไลก์คือการสั่งสัญญาณไปยังอัลกอริทึ่ม เพื่อบอกว่า เราชอบเนื้อหาแบบนี้ แล้วมันก็จะฟีดแต่เนื้อหาแนวนี้ให้เราบ่อย ๆ จนทำให้ความคิดเราแคบลงได้ 


4. ปรับฟีดให้เห็นโพสต์ตามเวลา (Most Recent)


แทนที่จะปล่อยให้ระบบเลือกให้เรา ลองดูโพสต์ตามลำดับเวลา จะได้เห็นเสียงที่หายไป และไม่ถูกคัดกรองมากเกินไป


5. เปิดพื้นที่ให้กับเสียงใหม่ ๆ 


เปิดใจให้กับเสียงฝั่งตรงข้าม ด้วยการไม่ Block หรือ Mute เพื่อเปิดโอกาสให้มุมมองที่แตกต่างปรากฏขึ้น ไม่ขังเราให้อยู่ในกรอบแคบ ๆ 


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: 


https://www.ebsco.com/research-starters/communication-and-mass-media/echo-chamber-effect

https://www.wired.com/story/facebook-twitter-echo-chamber-confirmation-bias/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง