"วอลมาร์ท-แอมะซอน" ชิงตลาดชนบท สปีดการส่งสินค้า

ศึกค้าปลีกสหรัฐฯ กำลังขยายสนามรบครั้งใหม่ จากเมืองใหญ่สู่พื้นที่ชนบท เมื่อวอลมาร์ทและแอมะซอนเร่งลงทุนเพื่อย่นระยะเวลาการจัดส่งสินค้าออนไลน์ให้เร็วขึ้น หวังเจาะตลาดที่เคยถูกมองข้ามมานาน เพราะมีประชากรกระจายตัว อยู่ไกล และมีต้นทุนขนส่งสูง
แต่วันนี้ ภาพดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไป พื้นที่ชนบทและเมืองขนาดเล็กในสหรัฐฯ กลายเป็นแหล่งรายได้ที่มีศักยภาพสูง โดยมอร์แกน สแตนลีย์ประเมินว่า ตลาดผู้บริโภคชนบทอาจมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี หรือคิดเป็นราวร้อยละ 20 ของยอดค้าปลีกสหรัฐฯ หากไม่นับรถยนต์และน้ำมัน
วอลมาร์ทถือว่าได้เปรียบจากเครือข่ายร้านค้าขนาดใหญ่ทั่วประเทศ โดยชาวอเมริกันราวร้อยละ 90 อาศัยอยู่ในรัศมีไม่เกิน 10 ไมล์จากร้านวอลมาร์ท และเกือบครึ่งหนึ่งของซูเปอร์เซ็นเตอร์ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีประชากรต่ำกว่า 20,000 คน ทำให้ร้านค้ากลายเป็นทั้งจุดขายและศูนย์กระจายสินค้าไปพร้อมกัน
ขณะเดียวกัน แอมะซอนก็เร่งปิดช่องว่างด้านระยะทาง ด้วยการลงทุน 4,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายบริการส่งสินค้าภายในวันเดียวหรือวันถัดไป ไปยังเมืองขนาดเล็กและชุมชนชนบทกว่า 4,000 แห่ง พร้อมใช้เครื่องมือ AI คาดการณ์ความต้องการสินค้า และเปิดไมโครฮับในพื้นที่ชนบท เพื่อลดระยะทางจากคลังสินค้าถึงบ้านลูกค้า
การแข่งขันครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ผู้ให้บริการขนส่งรายใหญ่ เช่น FedEx, UPS และไปรษณีย์สหรัฐฯ เริ่มลดหรือชะลอบริการในบางพื้นที่ชนบทเพื่อลดต้นทุน ทำให้วอลมาร์ทและแอมะซอนมองเห็นช่องว่างในการเข้ายึดฐานลูกค้า
โจทย์สำคัญของตลาดชนบทคือ "ไมล์สุดท้าย" หรือขั้นตอนสุดท้ายของการส่งพัสดุถึงบ้านลูกค้า เพราะคนขับต้องเดินทางไกลระหว่างแต่ละจุด บางพื้นที่มีถนนแคบหรือไม่ได้ลาดยาง ทำให้ต้นทุนแรงงานและเชื้อเพลิงต่อพัสดุสูงกว่าในเมืองใหญ่
อย่างไรก็ตาม รายได้ของครัวเรือนชนบทในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากแมคคินซีย์ระบุว่า รายได้ครัวเรือนเฉลี่ยในพื้นที่ชนบทเพิ่มขึ้นร้อยละ 43 ระหว่างปี 2010 ถึง 2022 แตะระดับเกือบ 60,000 ดอลลาร์ต่อปี ขณะเดียวกัน การทำงานทางไกลหลังโควิดยังทำให้คนจำนวนหนึ่งย้ายออกจากเมืองใหญ่ไปอยู่ชานเมืองและเมืองเล็กมากขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
