"ญี่ปุ่น" เบรกวีซ่ากระทบร้านอาหาร เกิดศึกแย่งแรงงาน

ธุรกิจร้านอาหารในญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาใหญ่ด้านแรงงาน หลังรัฐบาลระงับการออกเอกสารสำคัญสำหรับการขอวีซ่าแรงงานต่างชาติในสาขาบริการอาหาร เนื่องจากจำนวนผู้ถือวีซ่าประเภทนี้ใกล้แตะเพดานโควตาที่กำหนดไว้
การระงับอย่างกะทันหันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องเร่งทบทวนแผนการจ้างงาน โดยเฉพาะในช่วงที่ญี่ปุ่นพึ่งพาแรงงานต่างชาติมากขึ้น เพื่อรับมือกับปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศ ซึ่งเป็นความท้าทายใหญ่ของเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่มีสังคมสูงวัยและจำนวนแรงงานลดลง
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า แรงงานต่างชาติที่ถือสถานะทักษะเฉพาะประเภทที่ 1 ในอุตสาหกรรมบริการอาหาร มีจำนวนราว 46,000 คน ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ และมีแนวโน้มจะทะลุโควตา 50,000 คน ที่ตั้งไว้สำหรับปีงบประมาณ 2571
ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นได้ระงับการออกใบรับรองคุณสมบัติ ซึ่งเป็นเอกสารจำเป็นสำหรับการยื่นขอวีซ่าแรงงานทักษะเฉพาะประเภทที่ 1 ในสาขานี้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางรายกังวลว่า แรงงานต่างชาติที่อยู่ระหว่างเตรียมขอวีซ่า อาจตัดสินใจกลับประเทศ และไม่กลับมาทำงานในญี่ปุ่นอีก
วีซ่าประเภทที่ 1 อนุญาตให้ทำงานในญี่ปุ่นได้นานสูงสุด 5 ปี แต่ไม่สามารถพาครอบครัวมาอยู่ด้วยได้ ขณะที่วีซ่าประเภทที่ 2 ไม่มีการจำกัดระยะเวลาพำนัก และสามารถพาครอบครัวมาอยู่ในญี่ปุ่นได้
หนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบคือ สกายลาร์ก โฮลดิ้งส์ ผู้ประกอบการร้านอาหารรายใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งจ้างนักศึกษาต่างชาติจากหลายประเทศ รวมถึงเมียนมา ให้ทำงานพาร์ตไทม์ และช่วยเตรียมสอบเพื่อขอสถานะแรงงานทักษะเฉพาะประเภทที่ 1 ในเดือนมิถุนายน บริษัทมีแผนพัฒนาพนักงานกลุ่มนี้ให้มีประสบการณ์ 2 ปี ก่อนเลื่อนเป็นพนักงานประจำเมื่อสามารถขยับไปสู่สถานะประเภทที่ 2 ได้
ด้านมอส ฟู้ด เซอร์วิส ผู้ดำเนินธุรกิจเชนมอส เบอร์เกอร์ ก็แสดงความกังวลเช่นกัน เพราะที่ผ่านมา บริษัทให้การสนับสนุนคนในเวียดนามที่ต้องการขอวีซ่าแรงงานทักษะเฉพาะเพื่อเข้ามาทำงานในญี่ปุ่น
สมาคมบริการอาหารญี่ปุ่น ซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารราว 400 ราย ระบุว่า การระงับวีซ่าครั้งนี้อาจกระทบต่อแผนเปิดสาขาใหม่ และเวลาทำการของร้านอาหาร ขณะที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเริ่มกังวลว่า อาจเกิดการดึงตัวหรือแย่งชิงแรงงานต่างชาติที่มีวีซ่าประเภทที่ 1 อยู่แล้ว
สมาคมยังเตือนว่า การระงับแบบฉับพลันอาจทำให้ตลาดแรงงานญี่ปุ่นลดความน่าสนใจในสายตาแรงงานต่างชาติ และเตรียมยื่นคำร้องต่อกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ซึ่งกำกับดูแลอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อขอเพิ่มเพดานโควตาจาก 50,000 คน
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังต้องการเห็นความพยายามมากขึ้นจากภาคธุรกิจ โดยตั้งคำถามว่า บริษัทต่าง ๆ ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วหรือไม่ ในการหาคนญี่ปุ่นเข้าทำงานก่อน ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของระบบวีซ่าแรงงานทักษะเฉพาะ
ประเด็นนี้จึงไม่ใช่แค่ปัญหาวีซ่า แต่เป็นภาพสะท้อนแรงกดดันเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจญี่ปุ่น เมื่อธุรกิจร้านอาหารต้องเลือกระหว่างการขยายสาขา รักษาคุณภาพบริการ และแข่งขันแย่งแรงงานต่างชาติที่กำลังกลายเป็นทรัพยากรสำคัญของตลาดงานญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อย ๆ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
