รีเซต

“ปักกิ่ง” ทำได้แล้ว มีวันคุณภาพอากาศดีเกิน 80% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

“ปักกิ่ง” ทำได้แล้ว  มีวันคุณภาพอากาศดีเกิน 80%  เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
TNN ช่อง16
26 มกราคม 2569 ( 10:30 )
1

รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของรัฐบาลกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระบุว่า กรุงปักกิ่งสามารถยกระดับคุณภาพอากาศขึ้นสู่ระดับ “ดีมาก” สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับเป็นความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของเมืองหลวงจีนมาอย่างยาวนาน โดยปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของการใช้งานยานยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicles: NEV) ควบคู่กับนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในภาคการผลิตและการใช้พลังงานของเมืองอย่างต่อเนื่อง

รายงานระบุว่า ในปี 2025 กรุงปักกิ่งมีความก้าวหน้าอย่างโดดเด่นในการพัฒนาเมืองให้มีความสวยงาม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพลังงานและระบบคมนาคมขนส่งที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการยกระดับคุณภาพอากาศและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

ด้านการคมนาคมขนส่ง จำนวนยานยนต์พลังงานใหม่ที่จดทะเบียนใช้งานบนท้องถนนในกรุงปักกิ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีมากกว่า 1.3 ล้านคัน ขณะเดียวกัน โครงสร้างพลังงานไฟฟ้าของเมืองมีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าสีเขียวจากพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 36 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด

นอกจากนี้ กรุงปักกิ่งยังมีจำนวน “วันคุณภาพอากาศดี” มากกว่าร้อยละ 80 เป็นครั้งแรก นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในเขตเมืองขนาดใหญ่ และสะท้อนถึงความสำเร็จของมาตรการควบคุมมลพิษที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

ในด้านตัวชี้วัดมลพิษทางอากาศ รายงานระบุว่า ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นรายปีของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งเป็นมลพิษที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพของประชาชน ลดลงมาอยู่ที่ 27 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปี 2025 ลดลงร้อยละ 11.5 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่กรุงปักกิ่งเริ่มมีการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างเป็นระบบ

ขณะเดียวกัน กรุงปักกิ่งยังเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ประมาณ 700,000 คันต่อปี และเพื่อรองรับการขยายตัวของการใช้งานในอนาคต เมืองหลวงของจีนมีแผนก่อสร้างจุดชาร์จไฟฟ้าสาธารณะเพิ่มเติมอีก 30,000 แห่งภายในปี 2026 เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง