‘ททท.’ ชี้หยุดยาว 24-26 ก.ย.นี้ ประเมินอานิสงส์ดันคนเที่ยวมาก-น้อยยาก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

‘ททท.’ ชี้หยุดยาว 24-26 ก.ย.นี้ ประเมินอานิสงส์ดันคนเที่ยวมาก-น้อยยาก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
มติชน
21 กันยายน 2564 ( 05:21 )
27
‘ททท.’ ชี้หยุดยาว 24-26 ก.ย.นี้ ประเมินอานิสงส์ดันคนเที่ยวมาก-น้อยยาก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 ซึ่งตรงกับวันมหิดล เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ ทำให้มีวันหยุดยาวสุดสัปดาห์ต่อเนื่อง 3 วัน โดยเบื้องต้นประเมินว่า จะเกิดการเดินทางท่องเที่ยวมากหรือน้อยเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เพราะหลังจากรัฐบาลมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ เปิดกิจกรรมกิจการได้มากขึ้น เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา ก็เริ่มเห็นการเดินทางเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดใกล้ภูมิลำเนา 200-300 กิโลเมตร อาทิ คนกรุงเทพฯ จะไปเที่ยวพัทยา หัวหิน เขาใหญ่ ซึ่งมีความคึกคักมากเป็นพิเศษ หากเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ ที่มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์เข้มข้นสูงสุด แม้ประเมินว่าภาพบรรยากาศดูดีมากขึ้น แต่ททท.ไม่ได้ทำการประเมินเป็นตัวเลขไว้ เนื่องจากติดเรื่องสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ที่เห็นบางจังหวัดยังรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเป็นจำนวนมากอยู่ โดยประเมินว่าหากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มต่างๆ มากขึ้น จะส่งผลให้เกิดการเดินทางในประเทศมากกว่านี้อีก สะท้อนได้จากตั้งแต่การปลดล็อกดาวน์วันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา เห็นการเดินทางของประชาชนมากขึ้น เที่ยวแบบเป็นแบบครอบครัว เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว แต่ก็ยังกระจุกอยู่ในพื้นที่ระยะใกล้ภูมิลำเนาเป็นส่วนใหญ่ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวระยะไกลอาจยังไม่ได้มีอานิสงส์เชิงบวกมากนัก

 

 

 

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับทิศทางการท่องเที่ยวช่วงโค้งสุดท้ายปี 2564 โดยเฉพาะการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวในประเทศ ขณะนี้ททท. มีโครงการและแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศเตรียมไว้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะสามารถผ่อนคลายให้เดินทางได้มากที่สุดในช่วงใด อาทิ สายการบินจะกลับมาทำการบินได้ช่วงใด การเดินทางข้ามจังหวัดจะทำได้สะดวกที่สุดในช่วงใด เพราะเชื่อว่าหากข้อจำกัดลดน้อยลง ตลาดคนไทยจะกลับมาเดินทางท่องเที่ยวแน่นอน เพราะช่วงปลายปีจะเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่เห็นการเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุดเทียบกับตลอดทุกช่วงทั้งปีอยู่แล้ว แต่อาจมีความท้าทายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากต้องไม่ลืมว่า เราอยู่กับโควิด-19 มา 2 ปีแล้ว คนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวหรือมีศักยภาพในการใช้จ่ายก็ยังคงเดินทางท่องเที่ยวอยู่ แต่คนที่ไม่ได้ท่องเที่ยวก็ยังคงไม่เที่ยวอยู่ดี ขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของแต่ละบุคคลด้วย โดยททท. ได้เคยเก็บข้อมูลพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยพบว่า คนไทยท่องเที่ยวเฉลี่ยไม่ถึง 3 ครั้งต่อคนต่อปี ทำให้ที่ผ่านมา ภาคการท่องเที่ยวไทยถูกเติมเต็มด้านซัพพลายไซด์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ในระยะสั้นการท่องเที่ยวในประเทศ คงไม่สามารถเติมซัพพลายไซด์ในภาคการท่องเที่ยวได้ทั้งหมด แต่ททท. ก็ไม่ได้รอให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเติมอย่างเดียว เพราะได้เตรียมโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวไว้แล้ว โดยเฉพาะเราเที่ยวด้วยกัน และทัวร์เที่ยวไทย ประกอบกับเป็นช่วงไฮซีซั่นด้วย ในแต่ละจังหวัดก็จะมีการจัดกิจกรรมดึงดูดการท่องเที่ยวที่แตกต่างกันไป

 

 

 

“ททท. ยังมีหลายโครงการเพิ่มเติมที่จะทยอยออกมาอีก อาทิ การเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ที่ยังไม่เคยเปิดตัวมาก่อน แต่ในส่วนของการลดแลกแจกแถม ต้องยอมรับว่าตอนนี้ราคาในด้านการท่องเที่ยวลดลงในตัวอยู่แล้ว ลดมาตลอด หากต้องลดมากกว่านี้ แม้เปิดให้เดินทางท่องเที่ยงได้ ในส่วนของรายได้ก็คงไม่กลับมา รวมถึงในเมืองใหญ่ๆ ธุรกิจก็ยังกลับมาเปิดไม่หมด อาทิ ในภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ผู้ประกอบการยังกลับมาเปิดกิจการไม่เต็มที่ โดยททท. ประเมินว่า กลุ่มคนระดับกลางขึ้นไป และกลุ่มคนไทยเที่ยวนอก หากสามารถเปิดให้เดินทางท่องเที่ยวได้แบบปกติมากขึ้น เชื่อว่าคนกลุ่มนี้จะออกท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่ต้องทำให้คนเที่ยวเพิ่มจำนวนมากขึ้น และใช้จ่ายมากขึ้น อย่างน้อยก็ต้องเพิ่มการหมุนเวียนด้านการใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อช่วยเป็นกำลังใจภายในระหว่างกัน” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง