รีเซต

เคล็ดลับกำจัดความเฉื่อยชาหลังวันหยุดยาว

เคล็ดลับกำจัดความเฉื่อยชาหลังวันหยุดยาว
TNN ช่อง16
5 มกราคม 2569 ( 15:26 )
13

วันหยุดยาวจบลงแล้ว หลายคนต้องกลับมาทำงาน แต่ก็พบว่ามีความรู้สึกอ่อนล้า สมองหน่วง และขาดแรงจูงใจ ทั้งที่ร่างกายอาจได้พักผ่อนมาแล้ว แต่จิตใจกลับยังไม่พร้อมจะเดินหน้าเต็มที่ ภาวะนี้มักถูกเรียกว่า “อาการเฉื่อยหลังวันหยุด” หรือ Holiday Inertia ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะวัยทำงาน

สาเหตุหนึ่งของความรู้สึกเฉื่อยชาหลังเพิ่งผ่านวันหยุดยาวมาหมาดๆ มาจากการเปลี่ยนจังหวะชีวิตอย่างฉับพลัน จากวันที่ตื่นสาย ใช้เวลาอย่างอิสระ และเต็มไปด้วยความสุข กลับต้องเข้าสู่ตารางเวลาที่เคร่งครัดอีกครั้ง 

ขณะเดียวกัน สมองยังต้องรับภาระทางอารมณ์จากการหวนคิดถึงผลงานและเหตุการณ์ตลอดปีที่ผ่านมา พร้อมๆ กับความคาดหวังและความท้าทายใหม่ในปีข้างหน้า ภาวะคิดซ้อนเช่นนี้อาจทำให้เกิดความรู้สึกเบลอ เหนื่อยล้า และทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ

ผู้เชี่ยวชายด้านจิตวิทยาสหรัฐฯ ชี้ว่า การปรับมุมมองและเลือกโฟกัสสิ่งที่เป็นบวก จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจค่อยๆ กลับเข้าสู่จังหวะที่สมดุลได้อีกครั้ง TNN Health นำ 3 วิธีที่จะช่วยให้หลุดออกจากภาวะอ่อนแรงหลังวันหยุด และกลับมาขับเคลื่อนชีวิตได้อย่างมั่นคงและมีพลังมากขึ้น

3 วิธีปลุกไฟทำงานให้กลับมาโชติช่วงอีกครั้ง

1. ใช้กฎ “2 นาที” ปลุกพลังการลงมือทำ

เป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ได้ผลอย่างน่าทึ่ง นักจิตวิทยา แนะนำว่า หากงานใดใช้เวลาทำไม่เกิน 2 นาที ให้ลงมือทำทันที การจัดการงานเล็กๆ ให้เสร็จอย่างรวดเร็วไม่เพียงช่วยประหยัดเวลา แต่ยังสร้างความรู้สึกสำเร็จเล็กๆ ที่ส่งต่อพลังบวกให้เราขยับไปทำสิ่งถัดไปได้ง่ายขึ้น

กฎ 2 นาทียังใช้ได้ดีกับการเริ่มต้นเป้าหมายหรือสร้างนิสัยใหม่ เพราะแทบทุกเป้าหมายสามารถ “เริ่มต้น” ได้ภายในเวลาไม่กี่นาที แม้งานหรือเป้าหมายบางอย่างจะไม่สามารถทำให้เสร็จภายใน 120 วินาที แต่การก้าวก้าวแรกนั้นสำคัญที่สุด เพราะมันคือจุดเริ่มต้นที่ช่วยลดแรงต้านทางใจ และพาเราออกจากภาวะเฉื่อยไปสู่การลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

2. ใช้รอบเวลา 90 นาที ให้สมองทำงานเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนาฬิกาชีวิตแบบ 24 ชั่วโมงแล้ว ร่างกายมนุษย์ยังทำงานเป็นรอบสั้นๆ ที่เรียกว่า ultradian rhythms ซึ่งเป็นจังหวะธรรมชาติของพลังงานและความอ่อนล้าที่สลับกันตลอดวัน 

งานวิจัยพบว่า สมองของเราสามารถจดจ่อกับงานได้ดีที่สุดต่อเนื่องประมาณ 90 ถึง 120 นาที ก่อนที่ระดับพลังงานจะเริ่มลดลง

หลังจากช่วงโฟกัสเข้มข้นนี้ การพัก 20 ถึง 30 นาทีจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สมองได้ฟื้นฟูและรีเซ็ตตัวเอง การทำงานโดยเคารพจังหวะธรรมชาติของร่างกาย ไม่ฝืนทำยาวๆ ต่อเนื่อง จะช่วยลดความล้า เพิ่มสมาธิ และทำให้กลับมาทำงานถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. จัดการงานสำคัญในช่วงเวลาที่สมองตื่นตัวที่สุด

งานวิจัยด้านพฤติกรรมชี้ชัดว่า บุคลิกภาพมีผลต่อระดับประสิทธิภาพในการทำงานของแต่ละคนอย่างมาก นั่นหมายความว่า ความขยันไม่ได้ใช้ได้กับทุกคน

การศึกษาที่ตีพิมพ์ใน The Economic Journal พบว่า คนที่มีลักษณะบุคลิกภาพแบบวิตกกังวลสูงมักทำงานได้ด้อยลง ขณะที่คนที่มีความรอบคอบและมีวินัยสูงจะทำผลงานได้ดีกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลุ่มแรกมีสมาธิได้สั้นกว่า นอกจากนี้ คนที่มีนิสัยหุนหันพลันแล่นยังมักต้านทานสิ่งรบกวนต่อการทำงานได้ดีกว่า เช่น การหยิบมือถือเช็กโซเชียลมีเดีย ขณะที่กำลังทำงาน

หัวใจสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการกลับมาทำงาน คือ การเข้าใจตัวเอง รู้ว่าช่วงไหนของวันสมองปลอดโปร่งที่สุด ก็สามารถวางแผนรับมือการทำงาน แต่ก็สามารถจัดสรรเวลาผ่อนคลายให้กับตัวเองได้ ทำให้วันหนึ่งในการทำงานไม่ผ่านไปอย่างเคร่งเครียดจนเกินไป ทำให้สามารถค่อยๆ ปรับตัวได้ดีขึ้น

การเคารพจังหวะธรรมชาติของตัวเองจะช่วยสร้างรูปแบบการทำงานที่ยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และไม่บั่นทอนสุขภาพในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง