รีเซต

ติดโควิด-19 รักษาตามสิทธิ 1 ก.ค.นี้ "บัตรทอง" ยกเลิกรักษาตัวที่บ้าน ปรับเป็นผู้ป่วยนอก

ติดโควิด-19 รักษาตามสิทธิ 1 ก.ค.นี้ "บัตรทอง" ยกเลิกรักษาตัวที่บ้าน ปรับเป็นผู้ป่วยนอก
TNN ช่อง16
29 มิถุนายน 2565 ( 19:58 )
117
ติดโควิด-19 รักษาตามสิทธิ 1 ก.ค.นี้ "บัตรทอง" ยกเลิกรักษาตัวที่บ้าน ปรับเป็นผู้ป่วยนอก

ดีเดย์ 1 ก.ค.นี้! ผู้ป่วยติดเชื้อ "โควิด-19" เตรียมเข้าสู่ระบบรักษาตามสิทธิสุขภาพ พร้อมยกเลิกระบบรักษาตัวที่บ้าน HI (Home Isolation) โดยใช้ระบบ "เจอ แจก จบ" หรือ OPSI แทน เนื่องจากโรคลดความรุนแรงลง เตรียมหารือในบอร์ด สปสช.สัปดาห์หน้าแจก ATK ร้านขายยาต่อหรือไม่

วันนี้ (29 มิ.ย.65) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า หลังจากที่ไทยพ้นการระบาดใหญ่ของโควิด 19 (Post-Pandemic) ตามแผนของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ 

ทำให้การรักษาพยาบาลของประชาชนจะกลับสู่ภาวะปกติ คือ เมื่อมีการเจ็บป่วยก็ให้รักษาพยาบาลตามสิทธิรักษาเดิมที่มีอยู่ ไปใช้บริการในสถานพยาบาลใกล้บ้าน หากเห็นสมควรว่าจะต้องส่งตัวต่อตามระบบ รพ.จะประเมินและส่งต่อเอง เนื่องจากถือว่าการป่วยโควิด ต่อไปจะเหมือนกับการเจ็บป่วยแบบไข้หวัดธรรมดา

"เดิมการระบาดของโควิด ช่วงแรกมีประชาชนป่วยมาก ทำให้หน่วยงานรัฐต้องระดมความช่วยเหลือจากภาคเอกชน ทำให้เมื่อป่วยโควิด สามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกที่ หรือ การเกิด Hospitel แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ก็ต้องมีการปรับระบบ เพราะโรคไม่ได้รุนแรงเหมือนเดิมอีกต่อไป" ทพ.อรรถพร กล่าว

สำหรับค่ารักษาพยาบาลจากโควิด 19 ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ ปี 2563 - ปัจจุบัน ใช้งบประมาณมากกว่า 150,000 ล้านบาท และในการประชุมบอร์ด สปสช.ในวันที่ 4 ก.ค.นี้ 

เตรียมพิจารณาเรื่องการแจกชุดตรวจ ATK ในร้านขายยา ว่าสมควรยกเลิกหรือขยายต่อหรือไม่ เนื่องจากตามหลักเกณฑ์ของกรมควบคุมโรค การตรวจ ATK ให้ทำต่อเมื่อมีอาการป่วยเท่านั้น ไม่ต้องมีการตรวจบ่อยครั้งเหมือนในอดีต

ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า แนวทางการดูแลผู้ป่วยจะปรับตามสถานการณ์ ในช่วงแรกปี 2563 ผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลหมด แต่ระยะที่พบผู้ป่วยหลักแสนราย ก็ใช้ระบบรักษาที่บ้าน (Home Isolation) 

ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นรักษาแบบผู้ป่วยนอก "เจอ แจก จบ" ฉะนั้น สำหรับระยะหลังการระบาดใหญ่ (Post pandemic) ต้องมั่นใจว่าผู้ป่วยจะไม่เพิ่มขึ้นเร็ว ไม่รุนแรง และต้องยอมรับว่าเรายังรู้จักโอมิครอน BA.4 BA.5 ไม่ทั้งหมด 

อย่างไรก็ตาม กรมการแพทย์ ได้ทำหนังสือสั่งการให้ทุกคนยังคงสวมหน้ากากอนามัยในสถานพยาบาลทุกแห่ง พร้อมการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในบุคลากรการแพทย์ รวมถึงประชาชนที่มารับบริการด้วย

สำหรับในส่วนผู้ติดเชื้อที่อาการไม่ได้มากจนต้องเข้ารับการรักษาในรพ. เตรียมปรับระบบรักษาเป็นแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ส่วนระบบรักษาที่บ้าน (HI) ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แจ้งว่าจะให้บริการถึงวันที่ 30 มิ.ย.2565 และจะใช้ระบบเจอแจกจบ หรือ OPSI แทน  

ส่วนประกันสังคมเท่าที่ทราบจะมีการขยายให้บริการ HI ต่อออกไปอีก ทั้งหมดนี้จะปรับตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เพราะผลของการศึกษาทดลองพบว่า BA.4 BA.5 เชื้อไปที่เซลล์ปอดมากขึ้น แต่ข้อมูลในโลกจริงยังไม่มีระบุถึงความรุนแรงที่มากขึ้น.


ภาพจาก AFP

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง