รีเซต

HopFlyt เปิดตัว Cyclone VTOL โดรนปีกครึ่งวงกลม ประหยัดพลังงาน เตรียมปฏิวัติการบินปี 2027

HopFlyt เปิดตัว Cyclone VTOL โดรนปีกครึ่งวงกลม ประหยัดพลังงาน เตรียมปฏิวัติการบินปี 2027
TNN ช่อง16
10 เมษายน 2569 ( 01:58 )
10

ในโลกของการบินที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว บริษัท HopFlyt สหรัฐอเมริกา เผยโฉมอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า "Cyclone" ซึ่งเป็นโดรนไฮบริดขึ้นลงแนวดิ่ง (VTOL) ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ปีกแบบครึ่งวงกลม (Channel wings) ที่เป็นเอกลักษณ์ มอบประสิทธิภาพในการสร้างแรงยกที่แตกต่างและเหนือกว่าอากาศยานทั่วไป 

จากแนวคิดยุค 1920 สู่เทคโนโลยีแห่งอนาคต

ดีไซน์ปีกครึ่งวงกลมนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว โดยมีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1925 จากไอเดียของวิลลาร์ด เรย์ คัสเตอร์ (Willard Ray Custer) การนำใบพัดไปติดตั้งไว้ในช่องปีกรูปครึ่งวงกลม เพื่อดูดอากาศให้ไหลผ่านปีกและสร้างแรงยก แทนที่จะต้องใช้การเคลื่อนที่ของเครื่องบินทั้งลำไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงเพื่อสร้างแรงยก ซึ่งผลลัพธ์จากการทดสอบในยุคนั้นนับได้ว่าเป็นโดรนรุ่นแรก ๆ ที่สามารถบินขึ้นในแนวดิ่งได้

อย่างไรก็ตาม แนวคิดของ Custer ไม่สามารถนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้จริง เนื่องจากเครื่องบินในยุคนั้นมีน้ำหนักมากเกินกว่าที่จะทำให้ระบบนี้มีประสิทธิภาพ

นีล วินสตัน (Neil Winston) หัวหน้าวิศวกรของ HopFlyt ระบุว่าแนวคิดเหล่านี้มีมานานแล้วตั้งแต่ยุค 1960 แต่ในเวลานั้นเทคโนโลยียังไม่พร้อม ทั้งในเรื่องของระบบควบคุมแบบดิจิทัล มอเตอร์ไฟฟ้า หรือระบบขับเคลื่อนที่ตอบโจทย์

การมาถึงของอากาศยานขึ้นลงแนวดิ่งพลังงานไฟฟ้า (eVTOL) ในปัจจุบันที่มีน้ำหนักเบากว่าเครื่องบินในอดีตมาก จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้วิศวกรสามารถนำปีกครึ่งวงกลมกลับมาใช้งานได้จริงอีกครั้ง

จุดเด่นทางวิศวกรรมและสมรรถนะที่ก้าวกระโดด

สำหรับโดรน Cyclone ช่องปีกครึ่งวงกลมไม่ได้ถูกยึดติดตายตัว แต่ได้รับการออกแบบให้สามารถปรับหมุนได้ (Pivot) ในขณะที่ทำการวิ่งขึ้น ช่องปีกจะหันไปทางด้านหลัง และเมื่อต้องการบินไปข้างหน้า ช่องปีกจะหมุนลงไปอยู่ใต้ปีก นอกจากนี้ กลไกดังกล่าวยังสามารถปรับใช้เป็นระบบเบรกชะลอความเร็วกลางอากาศในยามจำเป็นได้อีกด้วย

ด้วยการออกแบบสุดล้ำนี้ HopFlyt ระบุว่า Cyclone ใช้พลังงานในการไต่ระดับเริ่มต้นน้อยกว่า VTOL รุ่นอื่นๆ ถึงหนึ่งในสาม ตัวเครื่องทำงานด้วยระบบไฮบริดที่ผสานพลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงเข้าด้วยกัน ทำให้ประหยัดอย่างเหลือเชื่อโดยเผาผลาญเชื้อเพลิงไม่ถึง 3 แกลลอนต่อชั่วโมงในขณะทำการบิน

ในด้านของสมรรถนะของ Cyclone

โดรนลำนี้สามารถบินได้ระยะทางไกลกว่า 800 ไมล์ หรือ 1,287 กิโลเมตร หรือสามารถบรรทุกสัมภาระภายในได้สูงสุด 250 ปอนด์ หรือ ประมาณ 113 กิโลกรัม สำหรับการบินในระยะทางที่สั้นกว่า

นอกจากนี้ ทางบริษัทยังเคลมว่า Cyclone สามารถลดต้นทุนในการดำเนินงานได้ถึง 90% และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้มากถึง 50 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับอากาศยานในระดับเดียวกัน ก้าวต่อไปในอนาคต HopFlyt ตั้งเป้าหมายที่จะเปิดตัว Cyclone ในเชิงพาณิชย์ภายในปี 2027

โดยมุ่งเน้นการใช้งานในภารกิจที่หลากหลาย เช่น การส่งกำลังบำรุงทางทหารเรือ การส่งเสบียงให้กับแท่นขุดเจาะพลังงานนอกชายฝั่ง และระบบลอจิสติกส์ทางการแพทย์ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนระยะยาวที่จะพัฒนาต่อยอดไปสู่อากาศยานสำหรับบรรทุกผู้โดยสารที่ใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพของปีกครึ่งวงกลมนี้ด้วย โดรน Cyclone จึงนับเป็นตัวแทนของการบรรจบกันระหว่างวิศวกรรมการบินสุดคลาสสิกและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งระบบแบตเตอรี่ การขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า และระบบไฮบริด ที่จะพลิกโฉมหน้าวงการโดรนและอากาศยานไร้คนขับ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง