รีเซต

โดรนบินเร็วที่สุดในโลกทำสถิติใหม่ 657.59 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วมากกว่ารถแข่ง Formula 1

โดรนบินเร็วที่สุดในโลกทำสถิติใหม่ 657.59 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วมากกว่ารถแข่ง Formula 1
TNN ช่อง16
16 มกราคม 2569 ( 18:40 )
8

วงการโดรนความเร็วสูงกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อ ลุค เบลล์ (Luke Bell) และ ไมค์ เบลล์ (Mike Bell) สองพ่อลูกจากเมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ สามารถทวงคืนสถิติโลกกินเนสส์ในฐานะโดรนควอดคอปเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกได้สำเร็จ ด้วยโดรนรุ่นล่าสุด Peregreen V4 ซึ่งทำความเร็วสูงสุดเฉลี่ยได้ถึง 657.59 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นับเป็นตัวเลขที่สูงเกินกว่ารถแข่ง Formula 1 และเข้าใกล้ความเร็วของเครื่องบินพาณิชย์ในช่วงทะยานขึ้น

สถิติดังกล่าวทำลายสถิติเดิมที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อเดือนก่อนโดย วิศวกรชาวออสเตรเลีย เบนจามิน บิกส์ (Benjamin Bicks) ซึ่งทำความเร็วไว้ที่ 626 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนหน้านั้นเอง ลุคและไมค์ เบลล์ คือเจ้าของสถิติโลกหลายครั้งติดต่อกัน โดยเริ่มจาก Peregreen 2 ที่ทำความเร็ว 480 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเดือนมิถุนายน 2024 ต่อด้วย Peregreen 3 ซึ่งดันตัวเลขขึ้นไปถึง 585 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเดือนตุลาคม 2025 การกลับมาของ Peregreen V4 จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นผลลัพธ์ของการแข่งขันด้านวิศวกรรมที่ดุเดือดและต่อเนื่องในระดับโลก

โดรน Peregreen V4 เกิดจากการพัฒนาไม่หยุดยั้ง

โดรน Peregreen V4 เป็นโดรนควอดคอปเตอร์พลังงานแบตเตอรี่ ที่ถูกออกแบบและสร้างขึ้นโดย ลุค เบลล์ ซึ่งมีอาชีพเป็นช่างถ่ายวิดีโอทางอากาศ โดยได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือด้านวิศวกรรมจาก ไมค์ เบลล์ ผู้เป็นพ่อ โดรนรุ่นนี้ถือเป็นผลลัพธ์ของการปรับปรุงและทดลองอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 ปี นับตั้งแต่ Peregreen รุ่นแรก

นอกจากสายการพัฒนาโดรนความเร็วสูงแล้ว ทั้งสองยังเคยสร้างโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถบินได้ต่อเนื่องตราบใดที่ยังมีแสงแดด แม้จะมีความเร็วต่ำกว่ามาก แต่สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านอากาศยานไร้คนขับในหลายมิติ ตั้งแต่ประสิทธิภาพพลังงานไปจนถึงสมรรถนะขั้นสุดขั้ว

พิมพ์ 3 มิติ หัวใจสำคัญของการทำลายสถิติ

หัวใจสำคัญของ Peregreen V4 คือ การใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งช่วยให้ทีมสามารถสร้างต้นแบบ ปรับรูปทรง และแก้ไขจุดบกพร่องได้อย่างรวดเร็ว โดรนลำนี้ถูกผลิตด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติความเร็วสูงแบบหัวฉีดคู่ H2D ของ Bambu Lab ที่สามารถพิมพ์วัสดุหลายชนิดในงานเดียว ทำให้สามารถเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับแต่ละส่วนของโดรน เช่น โครงสร้างหลัก หาง และฐานยึดกล้อง 

ฮาร์ดแวร์ระดับสุดขีดเพื่อความเร็วขั้นสูงสุด

ด้านฮาร์ดแวร์ Peregreen V4 ได้รับการอัปเกรดแทบทุกจุด ตั้งแต่มอเตอร์ไปจนถึงระบบพลังงาน โดยเลือกใช้มอเตอร์ไร้แปรงถ่าน T-Motor 3120 ซึ่งขึ้นชื่อด้านความทนทานและเสถียรภาพ จับคู่กับขดลวด 900 กิโลโวลต์ เพิ่มขึ้นจาก 800 กิโลโวลต์ในรุ่นก่อนหน้า เพื่อให้มอเตอร์สามารถหมุนได้เร็วขึ้นและสร้างแรงขับสูงกว่าเดิม

แหล่งพลังงานเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนโพลีเมอร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อจ่ายพลังงานสูงสุดในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งเหมาะกับการทำสถิติความเร็วแบบเร่งเต็มกำลัง ไม่เน้นระยะเวลาการบินยาวนาน 

และเพื่อให้ได้ความเร็วระดับกว่า 650 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รูปร่างภายนอกของโดรนต้องถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน ทีมงานใช้แพลตฟอร์มการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ AirShaper ในการปรับแต่งตัวถังให้เรียบเนียนที่สุด ลดแรงต้านอากาศให้เหลือน้อยที่สุด ขณะที่ใบพัดถูกลดขนาดลงเหลือ 6 นิ้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหมุนที่รอบสูงและลดแรงต้านจากอากาศ
การทดสอบที่เข้มงวดตามมาตรฐานกินเนสส์

ในการทดสอบทำลายสถิติ ทีมงานต้องเผชิญกับความท้าทายในการบันทึกภาพโดรน เนื่องจาก Peregreen V4 มีขนาดเล็กและบินด้วยความเร็วสูงมาก สุดท้ายพวกเขาแก้ปัญหาด้วยการใช้โดรน Peregreen 3 ซึ่งเคยเป็นเจ้าของสถิติโลก ทำหน้าที่เป็นกล้องบินตามเพื่อบันทึกวิดีโอ

ตามมาตรฐานการวัดความเร็วของกินเนสส์ โดรนต้องบินไป-กลับในทิศทางตรงข้าม เพื่อชดเชยผลกระทบจากลม ความเร็วสูงสุดเฉลี่ยที่วัดได้คือ 657.59 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ Peregreen V4 ได้รับการรับรองเป็นสถิติโลกในหมวดความเร็วภาคพื้นดินที่เร็วที่สุดของโดรนบังคับวิทยุแบบใช้แบตเตอรี่

สถิติที่อาจอยู่ได้ไม่นาน แต่การแข่งขันยังไม่จบ

การแข่งขันที่เข้มข้นในวงการโดรนความเร็วสูง สถิตินี้อาจถูกท้าทายอีกครั้งในเวลาไม่นาน ไม่ว่าจะจากคู่แข่งรายอื่น หรือแม้แต่จาก ลุค เบลล์ และ ไมค์ เบลล์ เอง อย่างไรก็ตาม ทุกการทำลายสถิติไม่เพียงเป็นชัยชนะส่วนบุคคล แต่ยังสะท้อนถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีโดรน การผลิตแบบพิมพ์ 3 มิติ และขีดจำกัดใหม่ของอากาศยานไร้คนขับที่มนุษย์ยังคงพยายามผลักดันต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง