สัญญาณ “ภัยแล้ง” เริ่มชัด! น้ำต้นทุนทั่วไทยเหลือใช้ 37% ห่วง “ภาคกลาง” หนักสุด

แม้ประเทศไทยจะยังอยู่ในช่วงฤดูฝน แต่สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งกลับยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางที่มีปริมาณน้ำคงเหลือต่ำที่สุดของประเทศ ขณะที่เขื่อนสำคัญหลายแห่งมีน้ำใช้การได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประเมินว่า ฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 20-23 กรกฎาคม อาจช่วยเติมน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำได้บางส่วน แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมออกประกาศเตือนพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง เตรียมรับมือระดับน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำกักเก็บรวมอยู่ที่ร้อยละ 56 ของความจุทั้งหมด แต่หากพิจารณาเฉพาะปริมาณน้ำใช้การได้ จะเหลือเพียงร้อยละ 37 หรือประมาณ 20,696 ล้านลูกบาศก์เมตร สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ทรัพยากรน้ำยังคงอยู่ในภาวะที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ แม้จะเข้าสู่ฤดูฝนแล้วก็ตาม
เมื่อพิจารณาปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำรายภูมิภาค พบว่า ภาคกลางมีปริมาณน้ำคงเหลือต่ำที่สุดของประเทศ อยู่ที่เพียงร้อยละ 28 โดยเฉพาะ 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีความสำคัญต่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการรักษาระบบนิเวศ แม้เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์จะยังมีปริมาณน้ำร้อยละ 54 และ 52 ตามลำดับ แต่เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนเหลือน้ำเพียงร้อยละ 24 ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อยู่ในภาวะน่าวิตกที่สุด โดยมีน้ำกักเก็บเหลือเพียงร้อยละ 13 ของความจุ
ส่วนภูมิภาคอื่น ๆ ภาคตะวันออกมีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 41 ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ร้อยละ 44 ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด สำหรับพื้นที่ที่มีสถานการณ์ดีกว่า ได้แก่ ภาคเหนือมีน้ำร้อยละ 52 ภาคใต้ร้อยละ 61 และภาคตะวันตกมีปริมาณน้ำมากที่สุดของประเทศที่ร้อยละ 65
อย่างไรก็ตาม สทนช. คาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 20-23 กรกฎาคมนี้ ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและด้านตะวันตกของภาคกลาง อันเป็นพื้นที่ต้นน้ำของเขื่อนสำคัญหลายแห่ง
ขณะเดียวกัน สทนช. ยังได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง ให้ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หลังคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 60 เซนติเมตรถึง 1.30 เมตร ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดน้ำล้นตลิ่งในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอบุ่งคล้าและอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ รวมถึงจังหวัดนครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ที่ควรเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำมองว่า แม้ฝนในระยะสั้นจะช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้บางส่วน แต่การกระจายตัวของฝนที่ยังไม่สม่ำเสมอ ทำให้หลายพื้นที่ โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ยังคงต้องเผชิญความเสี่ยงด้านปริมาณน้ำต้นทุนในช่วงครึ่งหลังของปี จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการป้องกันน้ำท่วมและการสำรองน้ำสำหรับฤดูแล้งในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
