"น้ำมันอเมริกา" ขายดี! ชาติเอเชียแห่รุมซื้อ พุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี แพงแต่ก็ยอม

หลายชาติเอเชียต้องแห่ไปซื้อน้ำมันจากทางสหรัฐอเมริกา เพราะการขนส่งน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ไม่สามารถทำได้เหมือนปกติ
เอเชียพึ่งการนำเข้าพลังงาน น้ำมันและก๊าซ และส่วนใหญ่นำเข้ามาจากตะวันออกกลาง มากถึง 50–60% และปรากฎว่าเส้นทางหลักที่ต้องใช้ ก็คือ ช่องแคบฮอร์มุซ และต่อให้ช่องแคบนี้จะไม่ได้ปิด แต่ก็เหมือนไม่ได้เปิด เพราะความเสี่ยงรอบด้าน ตอกย้ำชัดเจน ได้จากราคาน้ำมัน ราคาพลังงาน ที่พุ่งไปทันที ตั้งแต่ความตึงเครียดเริ่มขึ้น ดังนั้น เอเชียจึงรีบต้องหาทางเอาตัวรอด
ทุกประเทศต้องใช้พลังงานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยิ่งขนาดใหญ่ก็ยิ่งพึ่งพาสูง โดยเฉพาะกลุ่มของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ที่ขาดแคลนพลังงานอย่างน้ำมัน ไฟฟ้า และก๊าซไม่ได้อย่างเด็ดขาด
แบะนี่คือภาพของ “ดีมานด์ฉุกเฉิน” ที่เกิดขึ้นจริงในตลาดโลก ที่เริ่มมาจากความตึงเครียดของสงครามตะวันออกกลาง และได้ยืดเยื้อ ยกระดับขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดไปถึงผลกระทบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
มีรายงานการโจมตีทั้งแหล่งก๊าซและนิคมอุตสาหกรรมพลังงานใน กาตาร์ และ อิหร่าน ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก
และสิ่งที่ตามมาทันทีคือ “ราคาที่แพงขึ้น” รวมไปถึงการแห่ซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ ของเอเชียในครั้งนี้ เทรดเดอร์ในตลาดเปิดเผยว่า น้ำมันบางล็อตที่ส่งไปเอเชีย มีราคาสูงกว่าราคามาตรฐานอย่างเบรนท์ถึง 12–13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และบางดีลสูงกว่าราคาดูไบถึง 18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
หมายความว่า ประเทศในเอเชีย “ยอมจ่ายแพง” เพื่อให้มีน้ำมันใช้ เพื่อ “ความมั่นคงทางพลังงาน” เพราะถ้าไม่มีน้ำมัน เศรษฐกิจจะหยุดทันที โรงงานจะหยุดการผลิต การขนส่งจะสะดุด และสุดท้ายจะกระทบไปถึงประชาชนทุกคน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
