XO ทุ่มงบ 1.29 พันล. อัพกำลังผลิตทำเงิน

#XO #ทันหุ้น – XO โชว์แผน JUMP+ ตั้งเป้ายอดขายโตเฉลี่ย 5% พร้อมจับตาครึ่งหลังปีนี้ฟื้นแรง ฟากบิ๊กบอส “จิตติพร จันทรัช” ทุ่มงบ 1,299 ล้านบาท สร้างโรงงานใหม่แหลมฉบัง อัพกำลังผลิตไม่ต่ำกว่า 43,905 ตันต่อปี รองรับออเดอร์อนาคต
นายจิตติพร จันทรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO เปิดเผยว่า บริษัทได้ดำเนินการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แผนการเพิ่มมูลค่าบริษัท หรือ JUMP+ Plan สำหรับปี 2569 - 2571 ตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตของยอดขายอยู่ที่ 5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นแบรนด์อาหารไทยอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคผ่านการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน
จับตาครึ่งหลัง
บริษัทประเมินทิศทางธุรกิจในครึ่งปีแรกของปี 2569 คาดว่าจะทรงตัวในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 คาดว่าจะมีการเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมปีนี้ บริษัทจะเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพรวมและทิศทางของยอดขายในไตรมาส 3 นี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
อีกทั้งบริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาบรรจุภัณฑ์และการรีแบรนด์ เพื่อให้สอดรับแผนการเติบโตวงกว้างและสอดรับกับเทคโนโลยีเครื่องจักรในโรงงานแห่งใหม่ด้วย
สำหรับการขยายฐานธุรกิจบริษัทมีแผนลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่ 40 ไร่ ด้วยมูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 1,299.48 ล้านบาท สาเหตุสำคัญในการสร้างโรงงานใหม่เนื่องจากโรงงานเดิมที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังมีอายุการใช้งานนานและมีข้อจำกัดด้านเครื่องจักรที่ไม่สามารถปรับปรุงได้เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เครื่องแกง
ซึ่งโรงงานใหม่จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและขยายกำลังการผลิตให้ไม่ต่ำกว่า 43,905 ตันต่อปี เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและลดระยะเวลาการส่งมอบสินค้าลดระยะรอคอยในฝั่งลูกค้า โดยเดิมบริษัทมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 34,571 ตันต่อปี
บริหารต้นทุน
นายจิตติพร กล่าวต่อว่า สถานการณ์ความขัดแย้งทางสงครามในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อบริษัทในระดับต่ำ แม้จะมีประเด็นเรื่องค่าระวางเรือไปยุโรปที่ต้องปรับเส้นทางอ้อมแอฟริกา แต่ลูกค้ารับทราบสถานการณ์และยังคงสั่งซื้อตามปกติ ส่วนผลกระทบในไตรมาส 1/2569 พบว่ามีเพียงกลุ่มลูกค้าในตะวันออกกลางบางรายที่ขอเลื่อนการส่งสินค้าออกไปประมาณ 3-4 ตู้คอนเทนเนอร์เท่านั้น เนื่องจากมีการเปลี่ยนท่าเรือที่ใช้ในการขนส่ง
ส่วนการบริหารจัดการราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 5% ถึง 13% จากปัจจัยราคาน้ำมันนั้น บริษัทมีแนวทางจัดการผ่านการเจรจาต่อรองกับคู่ค้าและการทำสัญญาซื้อวัตถุดิบหลักล่วงหน้า
ทั้งนี้บริษัทยังไม่มีแผนที่จะปรับขึ้นราคาสินค้ากับลูกค้าเนื่องจากปัจจุบันบริษัทยังคงมีอัตรากำไรในระดับที่แข็งแกร่งและต้องการให้การคงราคาเดิมเป็นการสนับสนุนลูกค้าเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
