รีเซต

“ลูกนก” ตัวหดเล็กลง-โอกาสรอดต่ำ สิ่งมีชีวิตอยู่ยาก ในยุคสภาพอากาศสุดขั้ว

“ลูกนก” ตัวหดเล็กลง-โอกาสรอดต่ำ สิ่งมีชีวิตอยู่ยาก ในยุคสภาพอากาศสุดขั้ว
TNN ช่อง16
2 พฤษภาคม 2569 ( 11:00 )
13

งานวิจัยจากการติดตามนกป่าโดยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งมีการเก็บรวบรวมข้อมูลยาวนานกว่า 60 ปี พบว่า สภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งอากาศหนาวจัด อากาศร้อนจัด และฝนตกหนัก มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของลูกนก จากข้อมูลระบุว่า ลูกนกที่ฟักในช่วงที่มีสภาพอากาศหนาวจัด อาจทำให้น้ำหนักตัวลดลงราว 3% แต่ถ้าหากลูกนกฟักในช่วงที่มีอากาศร้อนจัด ร่วมกับฝนตกหนัก ผลกระทบจะรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักของลูกนกอาจลดลงถึง 27% 

 

ในช่วงสัปดาห์แรกหลังฟักออกจากไข่ เป็นช่วงที่ลูกนกยังอ่อนแอและไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้ หากต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวจัดหรือร้อนจัด พลังงานทั้งหมดต้องถูกใช้ไปกับการรักษาความอบอุ่นของร่างกาย แทนที่จะได้ใช้ในการเจริญเติบโต ขณะเดียวกันสภาพอากาศที่เลวร้ายก็จะส่งผลกระทบต่อการออกไปหาอาหารของพ่อแม่นกทำได้ยากขึ้น และเป็นตัวชีวัดอัตราการอยู่รอดของลูกนกในอนาคต สำหรับสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติอาจหมายถึงความอยู่รอดกับการสูญพันธุ์


ปัจจุบันสภาพอากาศสุดขั้วทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นและสภาพอากาศที่ร้อนจัดอาจเกิดขึ้นพร้อมกับฝนที่ตกหนัก ตัวอ่อนของสัตว์หลายชนิดจึงต้องเผชิญกับความไม่แน่นอของฤดูกาลและสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโต


อย่างไรก็ตาม นกบางชนิดมีการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป โดยบางชนิดเริ่มวางไข่เร็วขึ้นเพื่อให้ลูกนกได้ฟักตัวในช่วงเวลาที่สภาพแวดล้อมสมบูรณ์ แต่ก็ไม่ใช้นกทุกชนิดที่จะสามารถปรับตัวได้ ดังนั้นวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน ยังคงส่งผลกระทบต่อการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลก หากโลกยังไร้การควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอาจไม่เพียงกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่อาจหมายถึงการคุกคามวิถีชีวิตของมนุษย์ด้วยเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง