รีเซต

ฤดูฝน 2569 กทม. วางแผนล่วงหน้า เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ “ฝนสุดขั้ว”

ฤดูฝน 2569 กทม. วางแผนล่วงหน้า เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ “ฝนสุดขั้ว”
TNN ช่อง16
12 พฤษภาคม 2569 ( 12:21 )

เตรียมรับมือก่อนเข้าสู่ฤดูฝนปี 2569

ฤดูฝน เริ่มต้นประมาณกลางเดือนพฤษภาคม เมื่อมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย และร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านประเทศไทย ทำให้มีฝนชุกทั่วไป ร่องความกดอากาศต่ำนี้ปกติ จะพาดผ่านภาคใต้ในระยะต้นเดือนพฤษภาคม แล้วจึงเลื่อนขึ้นไปทางเหนือตามลำดับ จนถึงช่วงประมาณปลายเดือนมิถุนายน จะพาดผ่านอยู่บริเวณประเทศจีนตอนใต้ ทำให้ฝนในประเทศไทยลดลงระยะหนึ่ง และเรียกว่าฝนทิ้งช่วง ซึ่งอาจนานประมาณ 1 - 2 สัปดาห์หรือบางปีอาจเกิดขึ้นรุนแรง และมีฝนน้อยนานนับเดือน 

ในเดือนกรกฎาคมปกติร่องความกดอากาศต่ำ จะเลื่อนกลับลงมาจากทางตอนใต้ของประเทศจีน พาดผ่านบริเวณประเทศไทยอีกครั้ง ทำให้มีฝนชุกต่อเนื่อง และปริมาณฝนเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฏาคมเป็นต้นไป 

จนกระทั่งมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดเข้ามาปกคลุมประเทศไทย แทนที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ประมาณกลางเดือนตุลาคม ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอากาศเย็นและฝนลดลง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เว้นแต่ภาคใต้ยังคงมีฝนชุกต่อไปจนถึงเดือนธันวาคม และมักมีฝนหนักถึงหนักมากจนก่อให้เกิดอุทกภัย โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก ซึ่งจะมีปริมาณฝนมากกว่าภาคใต้ฝั่งตะวันตก 

อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นฤดูฝนอาจจะช้าหรือเร็วกว่ากำหนดได้ประมาณ 1 - 2 สัปดาห์

สัญญาณฤดูฝน กทม. วางแผนล่วงหน้า เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนสุดขั้ว

เมื่อสัญญาณฤดูฝนเริ่มใกล้เข้ามา สิ่งที่หลายคนกังวลคงหนีไม่พ้น “น้ำท่วมขัง” ตามจุดต่าง ๆ ของเมือง แต่ปี 2569 นี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่ได้รอให้สถานการณ์เกิดแล้วค่อยแก้ แต่ได้ “วางแผนล่วงหน้า” และเตรียมพร้อมแบบยกเครื่องทั้งระบบ

ยกระดับระบบระบายน้ำให้รับมือฝนได้ดีขึ้นในทุกมิติ

ภาพรวมการรับมือฝนปีนี้ กทม. ขยับพร้อมกัน 3 แกนหลัก ทั้ง “ท่อระบายน้ำ” “คูคลอง” และ “เครื่องสูบน้ำ–เครื่องผลักดันน้ำ” ที่ช่วยเร่งระบายน้ำในจุดเสี่ยง

เริ่มจาก ท่อระบายน้ำ ที่ล้างไปแล้วกว่า 2,980 กิโลเมตร หรือประมาณ 78% ของแผนทั้งปี เหลือเพียงช่วงสุดท้ายที่กำลังเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อให้ระบบพร้อมรับฝนได้เต็มประสิทธิภาพ

ถัดมาที่ คูคลอง ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของน้ำ ขุดลอกไปแล้วกว่า 65% และการเปิดทางน้ำไหลทำได้มากกว่า 91% หลายคลองสำคัญเคลียร์เสร็จแล้ว ทำให้น้ำสามารถไหลได้สะดวก ลดจุดติดขัดที่เคยเป็นปัญหาซ้ำซาก

ส่วน เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ ซึ่งเป็นกำลังเสริมในสถานการณ์เร่งด่วน ปีนี้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำครบ 100% แล้วถึง 566 จุดทั่วเมือง ขณะที่การติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและการกระจายเครื่องสูบไปยังสำนักงานเขตก็ใกล้แล้วเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในพฤษภาคม–มิถุนายนนี้ พร้อมกันนี้ ได้จัดเตรียมรถสูบน้ำเคลื่อนที่เร็ว (Mobile Unit) จำนวน 12 คัน เพื่อรองรับสถานการณ์

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า กทม. ไม่ได้แค่ “เตรียมพร้อม” แต่กำลังยกระดับระบบระบายน้ำให้รับมือฝนได้ดีขึ้นในทุกมิติ

จับตา “Rain Bomb” ฝนหนักระยะสั้น ความท้าทายใหม่ของเมือง

นอกจากแผนงานปกติ ปีนี้ กทม. ยังให้ความสำคัญกับสถานการณ์ฝนสุดขั้ว หรือ “Rain Bomb” ที่มีแนวโน้มเกิดถี่มากขึ้นในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีการจำลองสถานการณ์ (Scenario) โดยตั้งสมมติฐานฝนตกหนักถึง 300 มิลลิเมตร ภายใน 3 ชั่วโมง และวิเคราะห์ผลกระทบครอบคลุมทุกเขตของกรุงเทพมหานคร ผลการวิเคราะห์พบว่า หากเกิดสถานการณ์ลักษณะนี้ อาจมีบางจุดของเมืองที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขังในระยะสั้น

ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “เตรียมแผนรับมือ Rain Bomb” อย่างจริงจัง ทั้งการจัดกำลังเครื่องสูบ การเฝ้าระวังจุดเสี่ยง และการบริหารจัดการน้ำแบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ


เมืองจะพร้อมแค่ไหน…ก็ต้องมี “คนเมือง” ช่วยกัน

แม้ระบบจะถูกเตรียมไว้อย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพจะเกิดขึ้นได้จริง ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนด้วย เพียงช่วยกันไม่ทิ้งขยะลงท่อหรือคลอง ไม่กีดขวางทางน้ำ และแจ้งเหตุเมื่อพบปัญหา ก็จะช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วมได้อย่างมาก เพราะ “จุดอุดตันเล็ก ๆ” อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในช่วงฝนหนัก

ฤดูฝนปีนี้ กรุงเทพฯ จึงไม่ได้แค่ “ตั้งรับ” แต่กำลัง “รับมืออย่างเข้าใจ” ทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์สุดขั้ว

และถ้าทุกคนช่วยกัน เมืองนี้ก็จะผ่านฤดูฝนไปได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และอุ่นใจมากยิ่งขึ้น 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง