รีเซต

คลังดัน4.8แสนล.เข้าระบบยัน”คนละครึ่งพลัส”มาแน่

คลังดัน4.8แสนล.เข้าระบบยัน”คนละครึ่งพลัส”มาแน่
ทันหุ้น
10 กุมภาพันธ์ 2569 ( 10:38 )
10

#ทันหุ้น - “เอกนิติ” ชี้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุน เร่งเครื่อง BOI Fast Pass ดันเม็ดเงิน 4.8 แสนล้าน เข้าระบบเศรษฐกิจ พร้อมเร่งงบปี 70 รับมือช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ส่วนคนละครึ่งพลัสมาแน่ เน้นเพิ่มทักษะ สร้างรายได้พุ่งขึ้นถึง 5 เท่า

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงรอยต่อของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเน้นย้ำถึงการสร้างความต่อเนื่องในนโยบายหลักที่ช่วยกระตุ้นการลงทุนและยกระดับรายได้ของประชาชนผ่านยุทธศาสตร์สินค้าพรีเมียมและการใช้เทคโนโลยี

ทั้งนี้ การเร่งปลดล็อกเงื่อนไขการลงทุนผ่าน BOI Fast Pass เพื่อดันเม็ดเงินลงทุน 4.8 แสนล้านบาทเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดย BOI Fast Pass เป็นนโยบายเดิมที่ได้รับการผลักดันต่อเพื่อความต่อเนื่อง ซึ่งตนได้สั่งการไปยังเลขาธิการบีโอไอแล้วว่าให้เร่งผลักดันเรื่องนี้ และจะทำให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุน

** เม็ดเงินลงทุน4.8แสนล.

“เม็ดเงินที่รอการลงทุนอยู่ถึง 4.8 แสนล้านบาท การดำเนินงานนี้จะช่วยให้เงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในปีนี้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาลแม้แต่บาทเดียว และไม่ติดข้อจำกัดตามมาตรา 169 เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจตามกฎกติกาเดิมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยมุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์”

เขากล่าวด้วยว่า สิ่งที่จะช่วยดึงดูดการลงทุนได้ คือ สินค้าเกษตรและการท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลมีแผนที่จะยกระดับ "เกษตร-ท่องเที่ยว" สู่ระดับพรีเมียมด้วยเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ตลาดโลก นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคเกษตรเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร โดยเปลี่ยนจากสินค้าเกษตรแบบเดิมให้มีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาลงทุน นอกจากนี้ ภาคบริการและการท่องเที่ยวก็ต้องยกระดับสู่คุณภาพสูง โดยเฉพาะด้าน Wellness ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวสมัยใหม่ที่มีมูลค่าสูง และเป็นจุดแข็งของประเทศไทย

** คืบหน้าคนละครึ่งพลัส                 สำหรับความคืบหน้านโยบาย "คนละครึ่ง พลัส" เขากล่าวว่า เราจำเป็นต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่ เนื่องจากเป็นนโยบายใหม่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการเตรียมความพร้อมโดยเน้นไปที่การ "เพิ่มทักษะ" (Upskill) ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งพบว่าร้านค้าที่ผ่านการพัฒนาทักษะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า

นอกจากนี้ยังมีการเดินหน้าโครงการต่อเนื่องสำหรับ SMEs เช่น โครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" และ SME Credit boost ที่ทำร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย

                สำหรับงบประมาณปี 2570 นั้น เขากล่าวว่า ยอมรับว่าขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เบื้องต้นคาดการณ์ว่าหากเกิดความล่าช้า งบประมาณอาจจะเริ่มใช้ได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม (จากเดิมที่ต้องเริ่ม 1 ตุลาคม) ซึ่งล่าช้าไปประมาณ 2-3 เดือน ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานได้เตรียมการไว้พร้อมแล้วเพื่อให้รัฐบาลใหม่ปรับปรุงเพียงเล็กน้อยและเบิกจ่ายได้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายต้องหยุดชะงัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง