รีเซต

SK แบ็กล็อกอู้ฟู่ 300 ล. เดินเกมล็อกต้นทุนสู้ศึก

SK แบ็กล็อกอู้ฟู่ 300 ล. เดินเกมล็อกต้นทุนสู้ศึก
ทันหุ้น
24 เมษายน 2569 ( 01:45 )
2

นายภากร ตั้งนุกูลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการขายและการตลาด บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) หรือ SK  เปิดเผยกับ ”ทันหุ้น” ว่า ภาพรวมธุรกิจปัจจุบันอยู่ในระดับน่าพอใจ แม้บริษัทจะยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะวัสดุหลักที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง แม้ว่าราคาน้ำมันจะเริ่มปรับลดลงแล้วก็ตาม ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) ในส่วนของงานก่อสร้างประมาณ 200 ล้านบาท และงานผลิตภัณฑ์อีกประมาณ 100 ล้านบาท โดยผลกระทบด้านต้นทุนที่เกิดขึ้นมีผลต่อการดำเนินงานบางส่วน อย่างไรก็ตาม งานในมือเริ่มทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง เนื่องจากบางโครงการยังอิงต้นทุนเดิม ขณะที่งานใหม่ได้เริ่มสะท้อนต้นทุนปัจจุบันเข้ามามากขึ้น

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนพอสมควร เนื่องจากบริษัททยอยรับรู้รายได้จากงานในมือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีเข้ามาตั้งแต่ปลายปีก่อน ขณะเดียวกัน งานก่อสร้างก็เริ่มมีงานใหม่เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม

ส่วนไตรมาส 2/2569 บริษัทมีงานที่คาดว่าจะเข้ามาเพิ่มเติมราว 200 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างรอเปิดประมูลในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ อย่างไรก็ดี บริษัทยังติดตามสถานการณ์ด้านต้นทุนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากราคากลางของบางโครงการอาจจัดทำขึ้นก่อนเกิดภาวะสงคราม ส่งผลให้ต้นทุนปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

นายภากร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันบรรยากาศการลงทุนในตลาดเริ่มขยับตัวดีขึ้นจากปีก่อน โดยมีจำนวนงานที่บริษัทเข้าร่วมเสนอราคามากขึ้น ขณะที่สัดส่วนงานในช่วงหลังจะเน้นไปที่ภาคเอกชนในกลุ่มงานผลิตภัณฑ์มากขึ้น รวมถึงงานเสาเข็มและงานเทิร์นคีย์ ซึ่งลูกค้าหลักยังเป็นผู้รับเหมาไฟฟ้า อย่างไรก็ดี บริษัทได้ลดสัดส่วนงานไฟฟ้าลงบางส่วน เนื่องจากการแข่งขันในตลาดค่อนข้างรุนแรง

โครงสร้างรายได้ของบริษัทในปัจจุบัน แม้งานส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับโครงการภาครัฐ แต่บริษัทจำหน่ายผ่านภาคเอกชนที่รับงานภาครัฐเป็นหลัก โดยมีสัดส่วนลูกค้าเอกชนประมาณ 60% และอีก 40% เป็นงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานประมูลโดยตรง

สำหรับภาพรวมการดำเนินงานปี 2569 บริษัทคาดว่ายอดขายจะเติบโตจากปีก่อนราว 10% โดยปีก่อนมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 550 ล้านบาท และปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ราว 600 ล้านบาท ซึ่งมองว่ามีความเป็นไปได้จากระดับงานในมือที่มีอยู่ ขณะที่ประเด็นสำคัญยังคงอยู่ที่การบริหารอัตรากำไร (มาร์จิ้น) และการควบคุมต้นทุน

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทยอมรับว่ามาร์จิ้นยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัสดุหลัก เช่น ปูนและลวดอัดแรง ที่ยังไม่ปรับลดลง แม้ราคาน้ำมันจะอ่อนตัวลงแล้วก็ตาม ทำให้การบริหารต้นทุนทำได้ค่อนข้างยาก บริษัทจึงใช้แนวทางเจรจากับลูกค้าเพื่อผลักภาระต้นทุนบางส่วน รวมถึงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์เพื่อขอล็อกราคาและใช้กลไกต่างๆ ในการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง