CIMB Thai แนะสู้ความเสี่ยงสงคราม ชูหุ้นสหรัฐฯ-จีน ตั้งการ์ดถือเงินสด 15%

นายจิรไพบูลย์ รัตนภาณุรักษ์ Head, Wealth Research & Advisory ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารมองว่าจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้เกิดความผันผวนในการลงทุน โดย Scenario ที่ธนาคารประเมินหากความไม่สงบในตะวันออกกลางจบลงภายในช่วงเดือนเม.ย.นี้ เศรษฐกิจอาจไม่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน แม้อาจจะมีเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทานเข้ามากดดันบ้าง แต่ยังคงสามารถที่จะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่อได้
อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ยืดเยื้อและไม่ลดความรุนแรงลงเกินกว่าเดือนมิถุนายนคาดว่าอาจมีผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดต่อภาวะการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงที่จะเกิด Stagflation หรือ Recession และอาจจำเป็นต้องปรับลดสินทรัพย์เสี่ยงลง เพราะมีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจโลกมากขึ้น และอาจส่งผลต่อการปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจได้เช่นกัน
CIMB Thai แนะสู้ความเสี่ยงตอ.กลางชูหุ้นสหรัฐฯ-จีน ตั้งการ์ดถือเงินสด 15% เปิดตัวพอร์ตสำเร็จรูปรับมือความผันผวน
โดยในช่วงไตรมาส 2/69 ธนาคารมองว่าการจัดพอร์ตได้เน้นการให้น้ำหนักหุ้นสหรัฐเพิ่มมากขึ้น หลังจากดัชนีหุ้นสหรัฐ เช่น S&P500 และ NASDAQ ปรับเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ (All time high) จากหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากแนวโน้ม Productivity ที่สูงขึ้นจากการเข้ามาของ AI Adoption ยังคงเป็นแนวโน้มหลักจะช่วยตรึงอัตราเงินเฟ้อไม่ให้ปรับตัวขึ้นได้ในระยะยาว ประกอบผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐยังคงเห็นแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มธนาคาพาณิชย์ของสหรัฐที่เห็นการเติบโตได้ดีต่อเนื่อง ทำให้ยังเป็นปัจจัยที่หนุนต่อการปรัจตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐได้ต่อ และมีโอกาสทำ All time high ได้อีก โดยที่ให้สัดส่วนการลงทุนหุ้นสหรัฐในพอร์ตราว 25%
ส่วนตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียยังมองว่ามีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ โดยเฉพาะตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาเทคโนโลยี เช่น เกาหลีใต้ และจีน แต่มองว่าตลาดหุ้นจีนยังคงมีความน่าสนใจ เพราะยังมีการพัฒนาและลงทุนด้านเทคโนโลยีต่อเนื่อง ประกอบกับราคาหุ้นยังถือว่ามีมูลค่าค่อนข้างถูก และยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นสูงเมื่อเทียบกับหุ้นเกาหลีใต้ ทำให้หุ้นจีนยังเป็นโอกาสในการลงทุนในพอร์ตเพื่อมองหาโอกาสในการสร้างผลตอบแทน โดยที่ในส่วนของการลงทุนในหุ้นเอเชียนั้นให้สัดส่วนไว้ราว 16%
อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงเน้นการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลาย โดยยังคงมีการกระจายการลงทุนไปในตราสารหนี้ และตลาดเงิน รวมทั้งสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ต พร้อมกับการถือเงินสดไว้ในสัดส่วนราว 15% เพื่อรองรับดับโอกาสในการลงทุน หากราคาสินทรัพย์ใดๆที่ยังมีความน่าสนใจมีการปรับตัวลงมา ทำให้มีเงินสดรองรับกับโอกาสในการลงทุนได้ในระยะข้างหน้า
สำหรับการลงทุนในหุ้นไทยนั้นมองว่าอาจจะลงทุนเป็นการเก็งกำไรในบางจังหวะและบางกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับปัจจัยบวกในแต่ละช่วง โดยที่ในช่วงที่มีความตึอเครียดของสถาการณ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ยังไม่แน่นอน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันยังคงทรงตัวในระดับสูง ก็เป็นโอกาสในการเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน เพราะจะมีแนวโน้มผลประกอบการที่ดี จากปัจจัยหนุนขออ Inventory gain ซึ่งสามารถสร้างโอกาสผลตอบแทนได้ในระยะสั้น แต่ในภาพรวมของตลาดหุ้นไทยนั้นยังต้องวอติดตามเกี่นวกับภาพรวมของผลการดำเนิรงานบริษัทจดทะเบียนในประเทศว่าจะออกมาเป็นอย่างไร และยังคงติดตามเกี่ยวกับการผลักดันนโยบายต่างๆของภาครัฐจะมีการผลักดันนโยบายอะไรออกมาบ้าง และมีผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร โดยที่ปัจจุบันดัชนีตลาดหุ้นไทยถีอว่าค่อนข้างใกล้เคียงกับประมาณการณ์ที่ 1,520 จุด ที่ P/E ระดับ 16 เท่า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
