ยุโรปแบกต้นทุนนำเข้าชิป-เร่งระบายสต็อก

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า กลุ่มบริษัทผู้นำเข้าเซมิคอนดักเตอร์ในทวีปยุโรปกำลังเผชิญกับภาวะต้นทุนการขนส่งที่ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งต้องเริ่มนำชิปจากคลังสินค้าสำรองออกมาใช้งาน หลังเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเส้นทางโลจิสติกส์ทางอากาศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขนส่งสินค้าเทคโนโลยีจากเอเชียสู่ยุโรป
ทั้งนี้ ข้อจำกัดด้านการขนส่งดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อบริษัทในยุโรปที่ต้องนำเข้าชิปจากฐานการผลิตหลักในเอเชีย ทั้งในด้านค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและความล่าช้าในการส่งมอบ สินค้าประเภทเซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ตั้งแต่เครื่องจักรในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ไปจนถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมักนำเข้าชิปเฉพาะทางจากจีนและไต้หวัน
นายสเตฟาน คริกเกน หัวหน้าฝ่ายขนส่งทางอากาศของ DSV กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ปริมาณสินค้าคงคลังในยุโรปมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากหลายบริษัทเลือกที่จะใช้สินค้าสำรองแทนการสั่งซื้อใหม่ โดยคาดหวังว่าต้นทุนโลจิสติกส์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติในเร็ววัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ที่ต้องใช้เซมิคอนดักเตอร์จำนวนมากในระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในรถยนต์
อย่างไรก็ตาม ยังมีบริษัทอีกจำนวนไม่น้อยที่ยินยอมแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการผลิต โดยนายคริกเกนเสริมว่า แม้จะยังไม่เห็นการลดลงของการนำเข้าชิปอย่างมีนัยสำคัญ แต่ผู้ซื้อส่วนใหญ่จำเป็นต้องจ่าย “ราคาพรีเมียม” เพื่อรับประกันว่าสินค้าจะถูกส่งถึงมือ
ทั้งนี้ บรรดาภาคธุรกิจต่างกำลังเร่งทำ “Stress Test” หรือการทดสอบภาวะวิกฤตของระบบขนส่งเซมิคอนดักเตอร์ เนื่องจากความขัดแย้งในจุดยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซและท่าอากาศยานในดูไบ ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ทำให้เกิดความปั่นป่วนในการไหลเวียนของสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป ซึ่งบีบให้องค์กรต่างๆ ต้องเร่งประเมินความเสี่ยง ปรับเส้นทางขนส่ง และบริหารจัดการสินค้าคงคลังใหม่แบบเรียลไทม์เพื่อความอยู่รอดในวิกฤตครั้งนี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
