ทรัมป์สั่งแก้ร่างดีลอิหร่าน หวังเพิ่มเงื่อนไขนิวเคลียร์-ฮฮร์มุซ IRGC อ้างสอยโดรนสหรัฐฯ ตก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขอให้ทีมเจรจาปรับแก้ “หลายประเด็น” ในร่างข้อตกลงที่ผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านได้หารือร่วมกันก่อนหน้านี้ ตามรายงานของสำนักข่าว Axios โดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ
รายงานระบุว่า ทรัมป์ต้องการแก้ไขถ้อยคำเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งในร่างปัจจุบันระบุเพียงว่าอิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่ยังไม่มีรายละเอียดหรือข้อผูกพันเพิ่มเติมที่ชัดเจน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีต้องการเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการส่งมอบหรือจัดการกับคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน รวมถึงกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนมากขึ้น
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังต้องการปรับถ้อยคำเกี่ยวกับการเปิดเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยแหล่งข่าวระบุว่า อาจต้องใช้เวลาราว 3 วันเพื่อรอคำตอบจากอิหร่าน
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า เขาเชื่อว่าสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุ “ข้อตกลงที่ยอดเยี่ยม” กับอิหร่านได้ แต่หากไม่สำเร็จ สหรัฐฯ ก็พร้อมกลับไปใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง
ทรัมป์ระบุว่า เขาไม่ได้เร่งรีบในการเจรจา โดยมองว่าการรีบร้อนจะไม่ช่วยให้ได้ข้อตกลงที่ดี พร้อมย้ำว่าหากทั้งสองฝ่ายลงนามในข้อตกลงได้ ช่องแคบฮอร์มุซก็อาจกลับมาเปิดใช้งานได้ทันที
ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวว่า ผู้นำอิหร่านเป็น “นักเจรจาที่แข็งกร้าวมาก” แต่เชื่อว่าวอชิงตันกำลังค่อย ๆ ได้รับสิ่งที่ต้องการ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ประชุมร่วมกับคณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงที่ห้อง Situation Room ในทำเนียบขาว ซึ่งเป็นสถานที่ใช้ตัดสินใจด้านสงครามและความมั่นคงระดับสูง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับกรอบข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
สื่อสหรัฐฯ รายงานก่อนหน้านี้ว่า ทั้งสองฝ่ายใกล้บรรลุบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ซึ่งจะนำไปสู่การขยายเวลาหยุดยิง การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการเริ่มต้นเจรจาแก้ไขปัญหานิวเคลียร์อย่างเป็นทางการ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว
ด้านพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนสิงคโปร์ แสดงความเชื่อมั่นว่าสุดท้ายแล้วทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ แต่ยืนยันว่าการปิดล้อมทางทะเลรอบอิหร่านของสหรัฐฯ ยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ และกองทัพสหรัฐฯ ยังคงพร้อมกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารได้ทุกเมื่อหากจำเป็น
ในอีกด้านหนึ่ง สภาคองเกรสสหรัฐฯ กำลังพิจารณาร่างกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ ซึ่งมีข้อเสนอให้ยกระดับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ภายใต้โครงการ “United States-Israel Defense Technology Cooperation Initiative”
หากผ่านความเห็นชอบ กฎหมายดังกล่าวจะทำให้ความร่วมมือทางทหารระหว่างทั้งสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จากเดิมที่เน้นการช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐฯ ไปสู่การวิจัย พัฒนา และผลิตอาวุธร่วมกันในระดับอุตสาหกรรม
ขณะที่ฝั่งอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อ้างว่าได้ยิงโดรน MQ-1 ของสหรัฐฯ ตก หลังจากโดรนลำดังกล่าวรุกล้ำเข้าสู่น่านน้ำอาณาเขตของอิหร่านและพยายามปฏิบัติภารกิจที่เป็นปฏิปักษ์
สถานีโทรทัศน์ IRIB ของทางการอิหร่านเผยแพร่แถลงการณ์ของ IRGC ระบุว่า โดรนถูกตรวจจับและทำลายด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศสมัยใหม่ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ พร้อมย้ำว่า “การรุกรานใด ๆ จะได้รับการตอบโต้อย่างเด็ดขาด” อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวจากฝั่งสหรัฐฯ ในทันที
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
