อังกฤษเดินหน้าสู่ "ยุคปลอดบุหรี่" เตรียมห้ามเด็กซื้อบุหรี่ตลอดชีพ

สหราชอาณาจักรกำลังเดินหน้าอีกก้าวสำคัญในสงครามกับบุหรี่และนิโคติน ผ่านร่างกฎหมาย Tobacco and Vapes Bill ที่ถูกจับตามองว่าอาจเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของคนทั้งประเทศในระยะยาว กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มุ่งแค่ควบคุมการสูบ แต่ตั้งเป้าชัดเจนไปที่การ “ตัดวงจร” การเริ่มสูบตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน
หัวใจของกฎหมายอยู่ที่แนวคิด “ยุคปลอดบุหรี่” หรือ smoke-free generation ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2009 เป็นต้นไป จะไม่สามารถซื้อบุหรี่หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบได้อย่างถูกกฎหมายตลอดชีวิต แม้จะมีอายุถึงเกณฑ์ผู้ใหญ่แล้วก็ตาม แนวทางนี้ถือเป็นการขยับจากการจำกัดอายุผู้ซื้อแบบเดิม ไปสู่การยุติการเพิ่มจำนวนผู้สูบหน้าใหม่อย่างถาวร
สถานะปัจจุบันของกฎหมายยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาหลักการในสภา แม้ไม่ได้กำหนดวันที่มีผลบังคับใช้ชัดเจน แต่หากทุกอย่างราบรื่น คาดการณ์ว่าจะสามารถประกาศใช้ และมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027
นอกจากบุหรี่แบบดั้งเดิม กฎหมายยังพุ่งเป้าไปที่บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์นิโคตินอื่น ๆ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในหมู่เยาวชน โดยห้ามขายให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี และให้อำนาจรัฐบาลกำหนดข้อจำกัดด้านรสชาติ รูปลักษณ์บรรจุภัณฑ์ และการตลาด เพื่อไม่ให้สินค้าเหล่านี้ดู “น่าลอง” หรือเข้าถึงเด็กได้ง่ายเกินไป
ในทางปฏิบัติ ร่างกฎหมายยังเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้ โดยเปิดทางให้มีระบบใบอนุญาตสำหรับร้านค้าที่จำหน่ายบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ในการออกค่าปรับทันทีเมื่อพบการฝ่าฝืน และเดินหน้าปราบปรามการค้าผิดกฎหมายควบคู่กันไป ขณะเดียวกัน ยังสามารถขยายพื้นที่ปลอดบุหรี่และปลอดบุหรี่ไฟฟ้าในที่สาธารณะ โดยเฉพาะบริเวณที่เด็กและเยาวชนใช้บริการจำนวนมาก
ในด้านการเมือง ร่างกฎหมาย Tobacco and Vapes Bill ได้รับแรงหนุนอย่างชัดเจนจากรัฐสภา โดยผ่านการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบอย่างท่วมท้น สะท้อนฉันทามติข้ามพรรคว่าการลดการสูบและการติดนิโคตินในคนรุ่นใหม่เป็นวาระสาธารณสุขที่ไม่อาจเลี่ยงได้ ปัจจุบัน กฎหมายยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาขุนนาง และยังไม่มีการกำหนดวันมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
กระแสตอบรับจากสังคมส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางบวก องค์กรด้านสุขภาพและผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมองว่ากฎหมายฉบับนี้อาจช่วยลดจำนวนผู้สูบหน้าใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ และลดภาระโรคในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีเสียงกังวลจากภาคธุรกิจและผู้ค้าปลีกเกี่ยวกับต้นทุน ความยุ่งยากในการปฏิบัติตามกฎหมาย และคำถามว่าการควบคุมที่เข้มงวดจะกระตุ้นตลาดมืดหรือไม่
ขณะเดียวกัน ประเด็นเสรีภาพส่วนบุคคลยังคงถูกหยิบมาถกเถียงในสังคม ว่ารัฐควรมีบทบาทมากน้อยเพียงใดในการกำหนดพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชาชน แม้จะเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะก็ตาม
ท้ายที่สุด Tobacco and Vapes Bill กำลังกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของนโยบายสุขภาพสหราชอาณาจักร ไม่ใช่แค่ในฐานะกฎหมายควบคุมยาสูบ แต่ในฐานะความพยายามวางอนาคตที่คนรุ่นใหม่อาจไม่ต้องเริ่มต้นชีวิตด้วยการติดนิโคตินตั้งแต่แรก และนั่นอาจเป็นการเปลี่ยนเกมด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
