รีเซต

เปิดสัมพันธ์จีน-ไทย ใต้ระบบการเงินที่ชื่อว่า “Bank of China”

เปิดสัมพันธ์จีน-ไทย  ใต้ระบบการเงินที่ชื่อว่า “Bank of China”
TNN ช่อง16
25 เมษายน 2569 ( 15:18 )

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนมีบทบาทมากขึ้นในเศรษฐกิจโลก ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และระบบการเงินระหว่างประเทศ


ความเชื่อมโยงเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในภาคอุตสาหกรรม แต่ขยายลึกลงไปถึง “ระบบการเงิน” ที่รองรับการเติบโตนั้น ซึ่งประเทศไทยเอง ก็เป็นหนึ่งในจุดเชื่อมสำคัญของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจนี้


สิ่งที่มองไม่เห็น แต่ทำให้ทุกอย่างเดินต่อได้


เมื่อพูดถึงการลงทุนจากจีนในประเทศไทย ภาพที่เรานึกถึง มักเป็นนิค,อุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ หรือโรงงานการผลิต แต่เบื้องหลังของทั้งหมดนี้ ยังมีอีกหนึ่งระบบ ที่ทำให้ทุกอย่าง “เดินต่อได้จริง” นั่นคือ ระบบการเงิน

ระบบที่เชื่อม คน ธุรกิจ และเศรษฐกิจข้ามพรมแดนเข้าด้วยกัน


Bank of China: จากสถาบันการเงิน สู่ “สะพานเศรษฐกิจ”


ธนาคารแห่งประเทศจีน หรือ Bank of China เป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ระดับโลกของจีน ที่ดำเนินงานในประเทศไทยมากว่า 30 ปี


จากจุดเริ่มต้น ในฐานะสถาบันการเงินที่ให้บริการเงินตราต่างประเทศ สู่การเป็น “ธนาคารเต็มรูปแบบ” ที่มีบทบาทเชื่อมโยงเศรษฐกิจจีน-ไทย ทั้งในด้านการค้าระหว่างประเทศ การลงทุน และระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน


“จีน-ไทย ต้องเติบโตไปด้วยกัน”


เจิ้ง กัง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่และกรรมการธนาคาร อธิบายภาพใหญ่ของบทบาทธนาคารไว้ชัดเจน


Bank of China ดำเนินงานในไทยมากว่า 32 ปี โดยยึด “การค้าและการลงทุนระหว่างจีน-ไทย” เป็นยุทธศาสตร์หลักมาโดยตลอด ธนาคารใช้เครือข่ายระดับโลก และทรัพยากรของกลุ่ม เพื่อสนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ทั้งในกรอบนโยบาย Thailand 4.0 BCG Economy และการพัฒนา EEC


บทบาทหลักแบ่งออกเป็น 3 ด้าน สร้างแพลตฟอร์มสนับสนุนการค้าและการลงทุน, พัฒนาระบบการเงินและการชำระเงินข้ามพรมแดน, ดำเนินธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคม ตั้งแต่การพาธุรกิจไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับประเทศของจีน ไปจนถึงการทดลองใช้ “เงินหยวนดิจิทัล” ในการโอนเงิน


ทั้งหมดนี้ คือโครงสร้างที่ทำให้เศรษฐกิจสองประเทศ เชื่อมต่อกันได้จริง

การทำงานข้ามวัฒนธรรม: ความต่างที่ต้องเรียนรู้


สุดา  พินัยกุล รองผู้จัดการแผนกปฏิบัติการ หน่วยงานการชำระเงิน เล่าถึงความต่างในการทำงานระหว่างไทยกับจีนว่า คนจีนมักมีความตรงไปตรงมา ต้องการความชัดเจน และความรวดเร็ว ขณะที่คนไทยให้ความสำคัญกับจังหวะและความยืดหยุ่น ความต่างนี้ ไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็น “สิ่งที่ต้องเรียนรู้” เมื่อทำงานร่วมกันนานขึ้น ทั้งสองฝ่ายจะค่อย ๆ ปรับตัว และเข้าใจกันมากขึ้น


การเงินที่ต้อง “อัปเดตตลอดเวลา”


อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญคือคนที่ดูแล “ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน” ทัชพร พงศ์บุญชู

อธิบายว่า งานของเธอ ต้องติดตามทั้งกฎระเบียบของไทยและจีน โดยเฉพาะระบบการโอนเงิน ที่ต้องปรับตัวตามนโยบายของธนาคารกลางทั้งสองประเทศ


ทุกการเปลี่ยนแปลง หมายถึงการต้องปรับผลิตภัณฑ์ ให้สอดคล้องกับกฎใหม่

และต้องทำงานร่วมกับหลายฝ่าย เพื่อให้ระบบยัง “เดินต่อได้” สำหรับเธอ งานนี้ไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่คือการได้เป็นส่วนหนึ่ง ของการเชื่อมเศรษฐกิจสองประเทศเข้าด้วยกัน

การเติบโตที่ไม่ได้อยู่แค่ตัวเลข


ทั้งสุดาและทัชพร สะท้อนสิ่งเดียวกัน การทำงานที่นี่ ไม่ได้ให้แค่รายได้ แต่ให้

ทักษะ ความเข้าใจโลก และการเติบโตระยะยาว พนักงานจำนวนมาก อยู่กับองค์กรนานกว่า 10 ปี เพราะรู้สึกว่า “เติบโตไปพร้อมกับระบบ”


ท้ายที่สุดแล้ว เราเห็นการลงทุนจากจีนในหลายมิติ นิคมอุตสาหกรรม ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด ห่วงโซ่อาหาร โครงสร้างพื้นฐาน แต่ทั้งหมดนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มี “ระบบการเงิน” ที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน


Bank of China จึงไม่ใช่แค่ธนาคาร แต่คือหนึ่งในฟันเฟือง ที่ทำให้การพัฒนา

ไม่ใช่แค่แผนบนกระดาษ แต่เกิดขึ้นจริง ในเศรษฐกิจของประเทศไทย


สุดท้ายแล้ว คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่ “จีนลงทุนในไทยมากแค่ไหน” แต่คือ ระบบที่กำลังเกิดขึ้นนี้ จะช่วยให้คนไทย เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจโลกได้มากแค่ไหน



ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง