TNITY รับหุ้นไทยฟื้นแรงTFEXโตกระฉูด183.71%

#TNITY #ทันหุ้น – TNITY รับอานิสงส์ตลาดหุ้นไทยฟื้นแรง ดัชนีไตรมาสแรกพุ่ง 14.96% ต่างชาติซื้อสุทธิกว่า 2 หมื่นล้านบาท ดันมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันทะยาน 36.28% ฟากธุรกิจ TFEX โชว์ฟอร์มแรง รายได้พุ่ง 183.71% ส่วนแบ่งตลาดขยับแตะ 3.93% จับตาตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวกรอบ 1,450–1,500 จุด
ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล ประธานกรรมการ บมจ.ทรีนีตี้ วัฒนา (TNITY) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 1/ 2569 ว่า บริษัทได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดกลับมาคึกคัก และนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิอีกครั้งกว่า 20,000 ล้านบาท โดย ณ สิ้นไตรมาสแรก ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,448.14 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.96 จากสิ้นปี 2568 ถือเป็นตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นดีที่สุดอันดับ 2 ของเอเชียรองจากเกาหลีใต้ ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นร้อยละ 36.28 แตะระดับ 65,109 ล้านบาทต่อวัน สะท้อนการกลับมาของแรงเก็งกำไรและความเชื่อมั่นของนักลงทุน ปัจจัยบวกสำคัญมาจากผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงเดือนมีนาคม ขณะที่คำพิพากษาศาลฎีกาสหรัฐ ที่ยกเลิกมาตรการภาษีภายใต้กฎหมาย IEEPA ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในตะวันออกกลางช่วงต้นเดือนมีนาคมยังคงเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงานและบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
@TFEX โตเด่น
ดร.วิศิษฐ์ กล่าวว่า บมจ.ทรีนีตี้ วัฒนา และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 163.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.03 จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 160.01 ล้านบาท โดยธุรกิจหลักทรัพย์ยังเป็นรายได้หลักที่เติบโตตามปริมาณการซื้อขายรวมของตลาดหลักทรัพย์ ส่งผลให้รายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้นจาก 28.41 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2568 เป็น 39.87 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปี 2569 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.34ขณะที่ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เติบโตโดดเด่น โดยรายได้ในไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 183.71 สู่ระดับ 26.64 ล้านบาท จาก 9.39 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาด TFEX ของบริษัทเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.07 เป็นร้อยละ 3.93
ด้าน ดร.วีรพัฒน์ เพชรคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจ TFEX ในไตรมาสแรกสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมาใช้บริการของบริษัท ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกถือเป็นสัญญาณเชิงบวกของการฟื้นตัว หลังจากบริษัทปรับโครงสร้างธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายธุรกิจ TFEX ควบคู่กับการเสริมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านอนุพันธ์และการลงทุน เพื่อรองรับความ
ต้องการของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยี AI มาสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ในทางกลับกัน รายได้ดอกเบี้ยให้กู้ยืมเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ลดลงจาก 28.65 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2568 เป็น 23.57 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปี 2569 หรือลดลงร้อยละ 17.73 จากการลดลงของเงินกู้ให้ยืมเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์
ระหว่างงวด ขณะที่กำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุนรวมลดลงเหลือ 20.23 ล้านบาท จาก 25.61 ล้านบาท ในปีก่อนอย่างไรก็ตาม จากผลการดำเนินงานโดยรวม บริษัทกลับมามีกำไรสุทธิ 4.39 ล้านบาท หรือกำไรต่อหุ้น 0.02 บาท ในไตรมาส 1/2569 สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวของธุรกิจตามภาวะตลาดทุนและกิจกรรมการลงทุนที่กลับมาคึกคักมากขึ้น ทั้งนี้ หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิปรับตัวลดลงจาก 7.69 ล้านบาท ตามการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยและผลตอบแทนจากเงินลงทุน
@ประเมินหุ้นไทย
ดร.วิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับทิศทางธุรกิจในระยะต่อไป บริษัทมองว่าปัจจัยที่จะมีผลต่อการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของบริษัทในอนาคต ได้แก่ การที่ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยังคงอยู่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงาน ภาพรวมเศรษฐกิจ และกำลังซื้อภายในประเทศ โดยประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,450 - 1,500 จุด และคาดการณ์ว่า GDP จะเติบโตลดลงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง และเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย ควบคู่กับการพัฒนาระบบงานและนำระบบ Automation มาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและการดำเนินงานภายในองค์กร รวมทั้งเพิ่มการใช้ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอข้อมูลการลงทุนได้รวดเร็วมากขึ้น ตลอดจนเตรียมแหล่งเงินทุนที่มั่นคงรองรับการขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้ในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
