รีเซต

ประชุมนัดแรก “Board of Peace” ช่วยกาซา หรือ ทรัมป์โชว์อำนาจ ?

ประชุมนัดแรก  “Board of Peace” ช่วยกาซา หรือ ทรัมป์โชว์อำนาจ ?
TNN ช่อง16
19 กุมภาพันธ์ 2569 ( 16:50 )

“Board of Peace” คณะกรรมการสันติภาพ หรือที่หลายคนเริ่มจะเรียกว่ามันคือสหประชาชาติสาขา “โดนัลด์ ทรัมป์”  จะจัดการประชุมใหญ่รวมตัวชาติสมาชิกนัดเแรกนับตั้งแต่การก่อตั้งอย่างเป็นทางการ ในวันนี้ 19 กุมภาพันธ์ ที่กรุงวอชิงตันดี.ซี.ของสหรัฐฯ โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม และมีผู้นำจากชาติสมาชิกร่วมประชุม 

นอกจากการประชุมของ Board of Peace จะเป็นเวทีที่หารือถึงการส่งความช่วยเหลือในฉนวนกาซาและยุติสงครามที่ยาวนานระหว่างอิสราเอลและฮามาส นี่ยังเป็นเวทีที่ผู้นำสหรัฐฯ หวังพิสูจน์ว่าคณะกรรมการที่เขาได้จัดตั้งขึ้นนี้จะสามารถ “เอาชนะ” กระแสความกังขาที่เกิดขึ้น แม้แต่กับประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในยุโรปที่ประกาศชัดว่าไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิกและจะไม่ส่งตัวแทนร่วมประชุมนัดแรก ยกเว้นแต่ “วิคเตอร์ ออร์บาน” ผู้นำฮังการี ที่มีความใกล้ชิดกับทรัมป์ที่ยืนยันว่าเขาจะเดินทางมาร่วมประชุมครั้งนี้ด้วยตนเอง

คำถามคือทรัมป์จะทำอะไรได้บ้างในการประชุมคณะกรรมการสันติภาพครั้งแรกนี้ มีประเด็นไหนที่จะถูกนำมาถกในที่ประชุมแรกนี้ ?

-ประเด็นหลักในการประชุมนัดแรกคืออะไร

ประเด็นสำคัญอันดับแรกของการประชุมนัดแรก คือ “แผนฟื้นฟูฉนวนกาซา” หลังจากการโจมตีของอิสราเอลที่ทำให้ทั้งเมืองกลายเป็นซากปรักหักพังและทำให้ชาวปาเลสไตน์อีกจำนวนมากยังคงเป็นผู้อพยพที่ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งเพราะความเสียหายที่เกิดขึ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยออกมาเปิดเผยว่าเขาต้องการฟื้นฟูให้ฉนวนกาซากลายเป็นริเวียร่าแห่งตะวันออกกลาง หรือเมืองตากอากาศริมทะเลสุดหรู แต่ความคิดนี้ก็ถูกนานาประเทศออกมาวิจารณ์ว่าเป็นแผนการที่ต้องการไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากดินแดนของพวกเขา

ประเด็นต่อมาที่จะเกิดขึ้นในที่ประชุม คือ การประกาศเงินสนับสนุนมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 155,000 ล้านบาทจากประเทศสมาชิก Board of Peace เพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา นอกจากนี้ คณะกรรมการสันติภาพยังคาดว่าจะได้รับฟังรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า “กองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติ” หรือ International Stabilization Force ซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่ดูแลความมั่นคงในกาซา ตามแผนสันติภาพ 20 ข้อของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อปีที่แล้ว เพื่อยุติสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา ซึ่งแผนดังกล่าวเสนอให้มีการหยุดยิงแบบเป็นขั้นตอนในกาซา การปลดอาวุธกลุ่มฮามาส และการจัดตั้งโครงสร้างการบริหารแบบ “เทคโนแครต” เพื่อดูแลดินแดนปาเลสไตน์ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

แต่ “ลอรี เนธาน” ผู้อำนวยการโครงการไกล่เกลี่ยแห่ง Kroc Institute for International Peace Studies มหาวิทยาลัยนอเทรอดาม มองว่าคณะกรรมการสันติภาพของทรัมป์จะไม่สามารถมีบทบาทฟื้นฟูกาซาอย่างมีประสิทธิภาพได้ หากปราศจากเสถียรภาพในกาซาและเสถียรภาพนั้นต้องอาศัยการยึดมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิง

ซึ่งขั้นตอนสำคัญและอาจเป็นพัฒนาการสำคัญจากการประชุมที่กำลังเกิดขึ้น คือคำมั่นในการส่งกำลังทหาร แม้เนธานจะตั้งข้อสังเกตว่าการส่งกำลังจริงมีแนวโน้มจะยังติดขัด จนกว่าจะมีข้อตกลงปลดอาวุธโดยสมัครใจของฮามาส

ขณะที่อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตามองเมื่อ “จาเร็ด คุชเนอร์” ลูกเขยของทรัมป์ ซึ่งเป็นสมาชิกของ “คณะกรรมการบริหารกาซา” ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับ “แผนแม่บท” ของสหรัฐฯ สำหรับกาซาในเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่แผนดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยชาวปาเลสไตน์ในกาซาไม่ได้มีส่วนร่วมด้วย จึงทำให้แผนของ คุชเนอร์  เต็มไปด้วยการเสนอภาพอาคารที่อยู่อาศัยสูงระฟ้า ศูนย์ข้อมูล รีสอร์ตริมทะเล สวนสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬา โดยตั้งอยู่บนแนวคิดการลบล้างโครงสร้างเมืองเดิมของฉนวนกาซา แต่กลับไปสนับสนุนความต้องการของทรัมป์ในการเปลี่ยนกาซาเป็นเมืองตากอากาศ โดยคุชเนอร์ไม่ได้ระบุว่าแผนฟื้นฟูจะได้รับเงินทุนจากที่ใด เขากล่าวว่าโครงการจะเริ่มต้นหลังจากฮามาสปลดอาวุธอย่างสมบูรณ์ และกองทัพอิสราเอลถอนกำลังออก ซึ่งทั้งสองประเด็นยังคงไม่ได้ข้อยุติ แต่หลายประเทศในตะวันออกกลางที่เป็นสมาชิกของ Board of Peace ไม่เห็นด้วย 

ประเด็นการประชุมของ Board of Peace ยังเป็นที่คาดการณ์ว่าจะมีการหารือนอกเหนือจากประเด็นในฉนวนกาซาด้วย แม้เดิมทีคณะกรรมการสันติภาพจะถูกมองว่าเป็นกลไกเพื่อไกล่เกลี่ยสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาส และสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ภายหลังได้ขยายขอบเขตภารกิจไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งทั่วโลก เหมือนที่ทรัมป์ได้ระบุในโพสต์ของเขาว่า  Board of Peace จะนำเสนอวิสัยทัศน์เพื่อพลเรือนในกาซาและท้ายที่สุดแล้ว ไกลกว่ากาซา นั่นคือ “สันติภาพของโลก” พร้อมทั้งย้ำว่านี่จะเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ “ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์”

-Board of Peace คือทางเลือกเดียวที่มี ?

ยูเซฟ มูไนเยอร์ ผู้อำนวยการโครงการอิสราเอล-ปาเลสไตน์ แห่ง Arab Center Washington DC อธิบายว่าปัจจุบันคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ยังคงเป็น “กลไกเดียวที่มีอยู่” สำหรับฝ่ายต่าง ๆ ที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชาวปาเลสไตน์ในกาซา ขณะเดียวกันการมีอยู่ของ Board of Peace ก็ยังคงผูกติดอย่างใกล้ชิดกับตัวตนของโดนัลด์ ทรัมป์ และเพราะเหตุนี้ประเด็นดังกล่าวจึงทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างจริงจังเกี่ยวกับความยั่งยืนของคณะกรรมการ ในวิกฤตที่ต้องใช้เวลารับมือยาวนานหลายทศวรรษ

มูไนเยอร์ กล่าวว่าผู้เล่นในระดับภูมิภาค หรือหมายถึงประเทศในตะวันออกกลาง มีความกังวลอย่างจริงจังต่ออนาคตของภูมิภาคและต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จนแทบ “ไม่มีทางเลือกอื่น”  นอกจากต้องหวังว่าการเข้าร่วมในคณะกรรมการสันติภาพนี้ จะทำให้พวกเขามีอิทธิพลและมีทิศทางบางอย่างต่ออนาคตของกาซาในช่วงหลายปีข้างหน้า มูไนเยอร์ ยังประเมินว่าโอกาสที่ดีที่สุดของประเทศสมาชิกที่เข้าใจความท้าทายและบริบท คือการมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่สามารถทำได้จริงภายในกรอบเวลาที่มีอยู่ โดยให้ความสำคัญกับความต้องการเร่งด่วนของผู้คนในกาซาและจัดการอย่างจริงจัง

แต่ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ก็มองว่าการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามแสดงให้เห็นความคืบหน้าในฉนวนกาซาระหว่างการประชุมคณะกรรมการสันติภาพนัดแรกที่กำลังเกิดขึ้น มันจะสามารถทำให้เกิดการบรรลุผลที่เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ หากมีการเพิ่มแรงกดดันต่อ “อิสราเอล” ด้วย 

-จับตาอำนาจของทรัมป์ใน Board of Peace

ทั้งพันธมิตรตะวันตกของสหรัฐฯ และผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขความขัดแย้งต่างตั้งข้อสังเกตตรงกันถึงขอบเขตที่กว้างขวางในการดำเนินงานของคณะกรรมการสันติภาพ มีการตั้งคำถามถึงบทบาทเฉพาะตัวและไม่มีกำหนดของทรัมป์ในฐานะ “ประธานตลอดชีพ” และผู้ถือสิทธิยับยั้ง หรือ วีโต้ (Veto) เพียงผู้เดียวซึ่งบ่อนทำลายหลักพหุภาคีที่องค์กรอย่างสหประชาชาติยึดถือ 

ริชาร์ด โกวาน ผู้อำนวยการโครงการประเด็นโลกและสถาบันระหว่างประเทศของ International Crisis Group มองว่าการประชุมนัดแรกในวันนี้คือตัวบ่งชี้ทิศทางและบรรยากาศของคณะกรรมการสันติภาพในอนาคต เขากล่าวด้วยว่าหากทรัมป์ใช้อำนาจตามกฎบัตรเพื่อสั่งการทุกคน ปิดกั้นข้อเสนอที่เขาไม่ชอบและบริหารงานในลักษณะส่วนตัวอย่างสิ้นเชิง นั่นจะทำให้แม้แต่ประเทศที่อยากรักษาความสัมพันธ์อันดีกับทรัมป์ ก็อาจเริ่มตั้งคำถามว่าพวกเขากำลังเข้าไปพัวพันกับอะไร 

โกวาน กล่าวอีกว่า แต่หากทรัมป์แสดงด้านที่อ่อนโยนกว่า หากเขายินดีรับฟัง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาหรับเกี่ยวกับสิ่งที่กาซาต้องการ แม้จะไม่ลบล้างคำถามทั้งหมดเกี่ยวกับอนาคตของคณะกรรมการ แต่ก็อย่างน้อยบ่งชี้ได้ว่ามันอาจเป็นกรอบการทูตที่จริงจังได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง