ระเบิดนิวเคลียร์อาจลูกละ 640 ล้านบาท แต่เฉพาะต้นทุนการผลิต ส่วนค่ารักษาสภาพไม่น้อยกว่าหมื่นล้านบาท

หากประเทศไทยต้องการมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง แม้ว่าต้นทุนการผลิต “เฉพาะ” อาวุธที่ติดหัวรบนิวเคลียร์อาจมีราคา 640 ล้านบาท แต่ว่าค่าวิจัยและรักษาสภาพความพร้อมใช้งาน รวมถึงต้นทุนยานพาหนะในการนำส่งจะทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อปีอาจไม่น้อยกว่าหลักหมื่นล้านบาท
องค์ประกอบในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
มีความสามารถในการผลิต เนื่องจากอาวุธนิวเคลียร์เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ไม่มีชาติใดถ่ายทอดเทคโนโลยีให้
มียานพาหนะ หรือวิธีนำส่งอาวุธ เช่น เครื่องบิน เรือดำน้ำ ฐานยิง (Silo) ฯลฯ
มีความสามารถในการบำรุงรักษา เนื่องจากอาวุธนิวเคลียร์สามารถเสื่อมสภาพได้ตามกาลเวลา
ภาพเครื่องบินขับไล่ F-35, F-2 (F-16 ของญี่ปุ่น) และเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1 Lancer, Wikicommons
ประเทศตัวอย่างในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
สหรัฐอเมริกา
มีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครองทั้งหมด 6,800 ลูก ในปัจจุบัน
พัฒนาครั้งแรก 1940 ก่อนหยุดการผลิตหลังทศวรรษ 1990
ปัจจุบันใช้วิธีการคืนสภาพใหม่ (refurbished) เพื่อคงความพร้อมรบ
ต้นทุนการพัฒนาทั้งหมดตั้งแต่ 1940 - 1998 อยู่ที่ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในค่าเงินปัจจุบัน
(จากงานวิจัยของ Stephen I. Schwartz นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ในสหรัฐฯ)คิดต้นทุนฯ เป็นเงินไทยคือ 313 ล้านล้านบาท หรือลูกละ 46,000 ล้านบาท
สหรัฐมีโครงการยืดอายุหัวรบนิวเคลียร์ W-80 สำหรับติดหัวอาวุธนำวิถี อีกครั้งในปี 2027 คาดว่าใช้งบลูกละ 2,300 ล้านบาท
ราคาทั้งหมดไม่รวมยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการปล่อย เช่น
เครื่องบินขับไล่ F-15EX Eagle II (พร้อมใช้งาน) ลำละ 3,700 ล้านบาท (รองรับเฉพาะระเบิดนิวเคลียร์แบบ B61)
เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 Spirit ลำละประมาณ 62,000 ล้านบาท
เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Boeing B-52H Stratofortress (อายุ 72 ปี) ราคาลำละประมาณ 3,000 ล้านบาท (ค่าเงินปัจจุบัน)
ภาพนายทหารอากาศสหรัฐฯ อธิบายส่วนประกอบระเบิดหัวรบนิวเคลียร์ B61, USAF
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
