ความเชื่อมั่นหอการค้าดิ่งต่ำสุดในประวัติการณ์ ห่วงโควิดระบาด สงกรานต์งดกิจกรรมเงินหายวับกว่า 1.4 แสนล.

ความเชื่อมั่นหอการค้าดิ่งต่ำสุดในประวัติการณ์ ห่วงโควิดระบาด สงกรานต์งดกิจกรรมเงินหายวับกว่า 1.4 แสนล.
ข่าวสด
18 มีนาคม 2564 ( 15:19 )
16
ความเชื่อมั่นหอการค้าดิ่งต่ำสุดในประวัติการณ์ ห่วงโควิดระบาด สงกรานต์งดกิจกรรมเงินหายวับกว่า 1.4 แสนล.

ความเชื่อมั่นหอการค้าดิ่ง - นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำของสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย จากกลุ่มตัวอย่างสมาชิกหอการค้าไทยทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 369 ตัวอย่าง ในเดือนก.พ. 2564 อยู่ที่ระดับ 29.6 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่มีการสำรวจมา หรือในรอบ 26 เดือน และลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ระดับ 29.8 เนื่องจากตัวชี้วัดในทุกด้านทั้งเศรษฐกิจโดยรวม การบริโภค /การลงทุน การท่องเที่ยว ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้า การค้าชายแดน และภาคบริการ รวมถึงการจ้างงาน ในทุกภูมิภาคภาคของประเทศ มีการปรับตัวลดลงทั้งหมด

 

โดยดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยในภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคตะวันออก ยังอยู่ในระดับสูงกว่า 30 เนื่องจากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ มาช่วยบรรเทาผลกระทบให้ผู้บริโภค ส่วนในภาคใต้ อยู่ในระดับต่ำที่สุด ที่ 26.7 เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวยังคงซบเซาต่อเนื่อง ทำให้เกิดปัญหาการว่างงาน และประชาชนได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ซบเซา ทั้งนี้ภาคเอกชน อยากให้เร่งฉีดวัคซีนเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาปกติ และเร่งฟื้นเศรษฐกิจของประเทศเพื่อลดการตกงาน

 

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่า ผลการสำรวจพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความกังวลเรื่องระบาดของโควิด-19 จนส่งผลให้ตัวชี้วัดทุกด้านปรับตัวลดลง และยิ่งมีการระบาดเพิ่มในพื้นที่บางแค อีกทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ต้องงดกิจกรรมต่างๆ ที่เคยจัด ส่งผลให้เม็ดเงินที่จะเข้าไปในระบบหายไปกว่า 1.4 แสนล้านบาท กระทบต่อเนื่องถึงภาคการท่องเที่ยว จะต้องมาประเมินใหม่อีกครั้งว่าจะส่งผลอย่างไรต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี เพราะการที่งดจัดงานในช่วงเทศกาลดังกล่าว กระทบต่อเนื่องไปถึงการบริโภค การค้า รวมถึงภาคเกษตรกรที่ลดลงตามไปด้วย ซึ่งหากจีดีพีจะขยายตัวได้ 4% ไตรมาส 2 หลังช่วงสงกรานต์รัฐบาล จะต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนและออกมาต่อเนื่อง เพื่อให้เศรษฐกิจในไตรมาส 2 ขยายตัวได้ 1-2% และในไตรมาส 3 ต้องมีแผนและเป้าหมายการฉีดวัคซีนที่ชัดเจน รวมทั้งในไตรมาสสุดท้าย จะต้องเปิดรับนักท่องเที่ยว ตามแผนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เดือนละ 2 ล้านคน รวม 6 ล้านคน

 

“ภาคท่องเที่ยวถือเป็นหัวใจหลักของภาคเศรษฐกิจไทยหากรัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจฟื้นต้องเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ทั่วถึงโดยเร็วที่สุดและเปิดประเทศในไตรมาส 4 เพราะขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะได้รับสิทธิ ซึ่งทางเอกชนเห็นว่าผู้ที่ทำงานในสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวควรได้รับวัคซีนก่อน และเร่งเปิดวัคซีนพาสปอร์ตเพื่อให้ต่างชาติเดินทางเข้ามาไทยได้ในไตรมาส 4” นายธนวรรธน์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง