“ศุภจี” หารือ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก WIPO ผลักดันร่วมมือไทย สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจ

“ศุภจี” หารือทวิภาคี องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก WIPO ที่นครเจนีวา เร่งผลักดันความร่วมมือไทย สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้เข้าหารือทวิภาคีกับ นายดาเรน ทัง (Mr.Daren Tang) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ณ สำนักงานใหญ่ WIPO นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างไทยกับ WIPO รวมทั้งผลักดันบทบาทของไทยในเวทีทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ
การหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นสำคัญหลายด้าน โดยฝ่ายไทยได้เน้นย้ำถึงนโยบายการวางรากฐานระบบนิเวศที่ส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน (IP Finance) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ ธุรกิจสร้างสรรค์ และธุรกิจนวัตกรรมสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา มีกำหนดจัดกิจกรรมอบรมเพิ่มศักยภาพด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา ระหว่างวันที่ 17-18 มิ.ย.69 และมีแผนจัดทำ “Pilot Project IP Finance Thailand” ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 เพื่อวางรากฐานการนำทรัพย์สินทางปัญญา มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินของประเทศในระยะยาว
ด้านนายดาเรน ทัง ผู้อำนวยการใหญ่ WIPO แสดงความพร้อมสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการ และเทคนิคอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ การส่งผู้เชี่ยวชาญหรือพี่เลี้ยง (Mentor) มาร่วมสนับสนุนการพัฒนาโครงการนำร่อง IP Finance Thailand รวมถึงเห็นว่าหากได้รับการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านการเงิน ระบบของไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นต้นแบบการประยุกต์ใช้ IP Finance ในระดับภูมิภาคได้ในอนาคต
ในส่วนของประเด็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน โดยฝ่ายไทยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การนำ GI มาส่งเสริมสินค้าไทยผ่านมิติด้านอาหาร วัฒนธรรม แฟชั่น และการออกแบบ ตลอดจนการใช้การทูตวัฒนธรรม และการสร้างแบรนด์ประเทศ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในเวทีระหว่างประเทศ
นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและความยั่งยืน โดยเมื่อชุมชนและผู้ผลิตมีการปรับตัว พัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแล้ว ภาครัฐจำเป็นต้องมีบทบาทในการช่วยสร้างโอกาสทางการค้าและหาตลาดรองรับ เพื่อให้การพัฒนาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ซึ่ง GI ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการคุ้มครองสิทธิเท่านั้น แต่ควรเชื่อมโยงกับเครื่องหมายการค้า (Trademark) การออกแบบ (Design) การตลาด การสร้างแบรนด์ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าในตลาดโลก โดยเฉพาะสินค้าชุมชนและสินค้าหัตถกรรมที่มีเรื่องราว อัตลักษณ์ และคุณค่าทางวัฒนธรรม ซึ่งหากได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมจะสามารถยกระดับสู่การเป็นสินค้าพรีเมียมได้ พร้อมทั้งยกตัวอย่างความร่วมมือของ WIPO ในหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนา GI ควบคู่กับการสร้างแบรนด์และการออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงแนวทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาชุมชนผ่านการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ และมรดกทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะการต่อยอดองค์ความรู้ท้องถิ่นให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน การใช้วัตถุดิบธรรมชาติ การลดการพึ่งพาสารเคมี และการสร้างผลลัพธ์ที่ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว
ซึ่งฝ่ายไทย ย้ำความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐของประเทศคู่ความร่วมมือ รวมถึง WIPO เพื่อแลกเปลี่ยนโมเดลการพัฒนาและขยายผลสู่ระดับนานาชาติในอนาคต
พร้อมกันนี้ ยังได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมของไทยในการเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮก (Hague Agreement) ว่าด้วยการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างประเทศ โดยปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติสิทธิบัตรเพื่อรองรับการดำเนินการตามความตกลงดังกล่าว
ทั้งนี้ ไทยได้ขอรับการสนับสนุนจาก WIPO ในการฝึกปฏิบัติงานจริง (On-the-job Training) ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศสมาชิก ที่มีระบบการตรวจประเมินคล้ายคลึงกับไทย อาทิ เกาหลีใต้ และเวียดนาม รวมถึงการสนับสนุนด้านเทคนิคในการแปลคู่มือระบบเฮกเป็นภาษาไทย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องและประชาชน ให้สามารถใช้ประโยชน์จากระบบดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เป็นองค์การระหว่างประเทศ ภายใต้องค์การสหประชาชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2510 มีภารกิจส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาทั่วโลก ปัจจุบันมีประเทศสมาชิก 192 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกเมื่อปี พ.ศ. 2532 โดย WIPO ดูแลความตกลงระหว่างประเทศด้านทรัพย์สินทางปัญญารวม 26 ฉบับ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ การออกแบบอุตสาหกรรม และลิขสิทธิ์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
