รีเซต

"Strategy Inc." หุ้นที่อาจพัง เพราะฝากชีวิตไว้กับ "บิทคอยน์"

"Strategy Inc." หุ้นที่อาจพัง เพราะฝากชีวิตไว้กับ "บิทคอยน์"
TNN ช่อง16
10 กุมภาพันธ์ 2569 ( 11:31 )
8

ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา เดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีหุ้นอยู่กลุ่มหนึ่งที่มูลค่าลดลงสวนทาง หนึ่งในนั้นคือ "Strategy Inc." ที่มูลค่าหายไปมากกว่า 66% หรือ 2 ใน 3 ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา

เมื่อพูดถึงการลงทุนในหุ้น เป็นเรื่องธรรมดาที่ราคาสามารถจะปรับตัวขึ้น หรือลงได้ตามปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของหุ้นตัวนั้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้นของประเทศไหนก็ตาม แต่การปรับตัวลดลงของหุ้น "Strategy Inc." หรือหุ้น “MSTR” กว่า 66% ในช่วงเวลาแค่ 6 เดือน ท่ามกลางตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ปกติ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ Strategy Inc. กันก่อน MSTR ก่อตั้งขึ้นในปี 1989 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Tysons Corner รัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ดำเนินธุรกิจเป็นบริษัทบริหารจัดการเงินทุนบิทคอยน์ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และทั่วโลก

โดย MSTR ได้นำเสนอโอกาสในการลงทุนในบิทคอยน์ที่หลากหลายระดับแก่นักลงทุน โดยนำเสนอหลักทรัพย์หลายประเภท รวมถึงตราสารทุน และตราสารหนี้ นอกจากนี้ยังให้บริการซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลระดับองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งรวมถึง Strategy One ที่ช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่เชี่ยวชาญด้านเทคนิคสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ ที่นำไปใช้ได้จริงเพื่อการตัดสินใจ

ซึ่งบริษัทนี้เคยเป็นที่รู้จักกันในชื่อ MicroStrategy Incorporated ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น Strategy Inc. ในเดือนสิงหาคม 2025 เมื่อฟังถึงตรงนี้ก็พอจะเห็นภาพว่า “บิทคอยน์” เป็นสินทรัพย์ในการลงทุนหลักของ MSTR ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงเวลาแบบนี้ คงจะไม่ใช่ข่าวดีของ MSTR สักเท่าไหร่

เพราะราคาบิทคอยน์ร่วงลงต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทที่ลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีชั้นนำปรับตัวลดลงตามไปด้วย โดยข้อมูลของ CoinGecko ระบุว่า ราคาบิทคอยน์ล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 73,013 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากลดลงมากกว่า 3% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ในวันพุธ ราคาลดลงต่ำกว่า 72,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 ทำให้ในช่วงเพียงสัปดาห์เดียว ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสูญเสียมูลค่าไปเกือบ 20%

และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เริ่มต้นขึ้น MSTR ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือครองบิทคอยน์รายใหญ่ที่สุดในโลกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อเมริกา ราคาหุ้นลดลงไปแล้ว 7% และกำลังจะลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8

ปัจจุบันหุ้นซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 125 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงประมาณ 75% จากราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤศจิกายน 2024 ที่ประมาณ 540 ดอลลาร์ โดยการลดลงส่วนใหญ่ของราคาหุ้น เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม โดยลดลงติดต่อกัน 7 เดือน ภายในสิ้นปี 2025 ราคาหุ้นลดลง 48% ซึ่งเป็นการลดลงรายปีที่แย่ที่สุดเป็นอันดับสอง รองจากปี 2022 ที่ราคาหุ้นลดลง 75%

โดยถ้าเราเปรียบเทียบกับราคาบิทคอยน์ลดลงประมาณ 40% จากราคาสูงสุดตลอดกาลในเดือนตุลาคม ทำให้เกิดส่วนต่างทางราคา ซึ่งเป็นช่องว่างด้านผลตอบแทนระหว่าง MSTR และบิทคอยน์อยู่ที่ประมาณ 35% ในเดือนมกราคม 2026 ซึ่งช่องว่างนี้เคยขยายกว้างที่สุดถึง 45% ในปี 2021 ตามข้อมูลจาก checkonchain

สิ่งที่ต้องติดตามหลังจากนี้คืออัตราส่วนมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ หรือ mNAV ของ MSTR ซึ่งคำนวณโดยการหารมูลค่ากิจการด้วยปริมาณบิทคอยน์สำรองที่ MSTR ถือครอง ยังคงมีค่ามากกว่า 1 เท่า โดยอยู่ที่ 1.09 เท่า หมายความว่า MSTR ยังระดมทุนผ่านการขายหุ้นสามัญผ่านการเสนอขายหุ้นในราคาตลาดเพื่อซื้อบิทคอยน์ต่อไปได้

แต่อย่างไรก็ตาม หากราคาหุ้น MSTR ลดลงอีก การซื้อบิทคอยน์ในอนาคตอาจมีจำนวนน้อยลง และหากอัตราส่วนมูลค่าสินทรัพย์สุทธิลดลงต่ำกว่า 1 เท่าบริษัทอาจถูกบังคับให้หยุดการซื้อ และรอให้ราคาฟื้นตัว โดยในช่วงตลาดหมีครั้งก่อนของบิทคอยน์ในปี 2022 MSTR สามารถระดมทุนได้เพียง 275 ล้านดอลลาร์ และใช้เงินที่ได้มาซื้อบิทคอยน์ได้ประมาณ 10,000 เหรียญบิทคอยน์

และเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา MSTR ได้ระดมทุนโดยการเสนอขายหุ้น IPO ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในการเสนอขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาด้วย สำหรับเงินที่ระดมทุนได้จากการทำ IPO ครั้งนี้มีมูลค่ารวมประมาณ 2.521 พันล้านดอลลาร์ โดย MSTR ได้รับเงินสุทธิประมาณ 2.474 พันล้านดอลลาร์ หลังจากหักค่าคอมมิชชันและค่าใช้จ่ายในการเสนอขายแล้ว

และแน่นอนว่า MSTR นำเงินดังกล่าวไปใช้ในการซื้อบิตคอยน์จำนวน 21,021 เหรียญที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 117,256 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ส่งผลให้ ณ วันที่ 29 ก.ค. 2568 Strategy มีบิตคอยน์รวมทั้งสิ้น 628,791 เหรียญ ซึ่งซื้อสะสมมาในมูลค่ารวมราว 4.68 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ยต่อเหรียญประมาณ 73,227 ดอลลาร์ ซึ่งรวมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายแล้ว

ถึงแม้ว่าราคาต้นทุนบิทคอยน์ของ MSTR จะสุ่มเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งที่จะขาดทุนจากการลงทุนอย่างมหาศาล ซึ่งราคาหุ้นก็ตอบสนองเชิงลบมาอย่างต่อเนื่อง 8 เดือนติดต่อกัน แต่ถ้าเราไปดูที่ผลตอบแทนของราคาหุ้นตั้งแต่ MSTR เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 1998 ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นไปมากกว่า 1,500% และราคาหุ้น 5 ปีย้อนหลังก็ยังคงปรับตัวขึ้นกว่า 68%

หลังจากนี้คงต้องติดตามความเคลื่อนไหวของราคาบิทคอยน์อย่างใกล้ชิด ว่าราคาจะปรับตัวลดลงจนต่ำกว่าราคาต้นทุนของ MSTR หรือไม่ และถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น MSTR จะดำเนินกลยุทธ์การลงทุนบิทคอยน์ต่อไปอย่างไร จะระดมทุนเพื่อซื้อบิทคอยน์เพิ่ม หรืออาจจะต้องขายบิทคอยน์บางส่วนออกไปเพื่อจำกัดการขาดทุน ซึ่งอาาจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ MSTR จะต้องบริหารจัดการให้ดี เพราะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ๆ อย่าง Vanguard Group, Blackrock, Morgan Stanley และ JPMORGAN ที่ถือหุ้น MSTR รวมกันมากกว่า 23% อาจจะพร้อมใจกันขายหุ้น MSTR ออกมาเพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุนก็เป็นไปได้

แต่ถ้า MSTR ไม่สามารถระดมทุนก้อนใหญ่เพื่อนำเงินมาลงทุนในบิทคอยน์เพิ่มเติมได้ และราคาบิทคอยน์ก็ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง MSTR จะขายบิทคอยน์ออกมาบางส่วนหรือไม่ เพราะถ้า MSTR เทขายบิทคอยน์ออกมา แน่นอนว่าราคาบิทคอยน์ก็จะด่ำดิ่งลงไปอีก มูลค่าบิทคอยน์ที่ถืออยู่ก็จะลดต่ำลงไปด้วย แต่ถ้าไม่ขาย แล้วราคาบิทคอยน์ยังลดต่ำลง MSTR อาจจะถูกระงับการซื้อขายก็เป็นไปได้

สถานการณ์ของ MSTR เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับคำว่า “คับขัน” เราคงต้องจับตาความเคลื่อนไหวหลังจากนี้ เพราะ MSTR เป็นหุ้นที่ถือครองบิทคอยน์มากที่สุดในโลก การตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งของ MSTR ต่อบิทคอยน์ย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดบิทคอยน์อย่างแน่นอน และถึงแม้ว่า MSTR เป็นหุ้นที่ใหญ่มากเมื่อคิดจากการถือครองบิทคอยน์ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า MSTR ยังล้มได้ ไม่เข้าข่าย “Too Big To Fail” แต่อย่างใด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง